ความตรึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจียสร้างแรงกดดันสินทรัพย์เสี่ยง หนุนราคาทองคำปรับตัวเพิ่ม ขณะที่สถานการณ์สงครามการค้าอาจลุกลามไปประเทศอื่น ยิ่งเพิ่มแรงหนุนราคาทองคำยิ่งขึ้น โดยมีโอกาสลุ้น1,324 เหรียญ

“วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลียน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงทิศทางความเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่ผ่านมาว่า สถานการณ์ความวิตกกังวลต่อความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนที่เพิ่มสูงขึ้น และแนวโน้มที่ประเด็นสงครามการค้าอาจจะขยายความรุนแรงไปยังกลุ่มประเทศอื่นๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่กดดันการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงโดยเฉพาะตลาดหุ้นในฝั่งสหรัฐฯ และตลาดหุ้นของเอเชียให้มีการปรับฐานและมีการอ่อนตัวลง

แนวโน้มดังกล่าวกระตุ้นให้แรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยมีการฟื้นตัวขึ้น ประกอบกับการที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ระบุถึงความตึงเครียดทางการค้า อาจสร้างความเสี่ยงต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟด อาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งประเด็นดังกล่าวกดดันอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลให้อ่อนตัวลงจนกดดันสกุลเงินดอลลาร์ และสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตัวตลาดทองคำ

แต่อย่างไรก็ตามราคาทองคำขยับหรือดีดตัวขึ้นได้ไม่ไกลมากนัก เนื่องจากตลาดซึมซับปัจจัยบวกจากประเด็นดังกล่าวไปแล้วในระยะหนึ่งทำให้ปัจจัยที่ยังคงต้องจับตา แนะนำนักลงทุนให้จับตาดูทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หลังจากนักลงทุนลดการเข้าถือครองสินทรัพย์เสี่ยง และโยกเงินเข้าสู่ตัวตลาดทองคำและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งแรงดังกล่าว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนปรับตัวลดลง และเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่กลับเข้ามาหนุนในทิศทางราคาทองคำ

นอกจากนี้เองกระทรวงพานิชสหรัฐฯ มีการเสนอกฎระเบียบใหม่เกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีด้านการต่อต้านเกี่ยวกับการปรับลดในส่วนของค่าเงินที่ส่งผลให้เกิดความได้เปรียบทางการค้าของสหรัฐฯ โดยคาดการณ์ว่าอาจจะมีหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้ อินเดีย ญี่ปุ่น เยอรมนี และ สวิตเซอร์แลนด์ อาจได้รับการจัดเก็บภาษีนำเข้าเพิ่มเติม ซึ่งหากเกิดประเด็นดังกล่าวจริงอาจจะเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่กลับมากดดันสินทรัพย์เสี่ยง และสร้างแรงซื้อเข้าสู่ตัวตลาดทองคำ

ขณะเดียวกันแนะนำนักลงทุนจับตาดูการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ หลังจากที่ผ่านมาตัวเลขเศรษฐกิจมีการชะลอตัวหรือหดตัวลงมากกว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ โดยจะมีการเปิดเผยการประมานการณ์ครั้งที่ 2 ของตัว GDP ประจำไตรมาส1 ของปี 2019 และดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคลหรือ PCE ทั้งนี้หากตัวเลขลดลงมากกว่าที่คาดการณ์ก็จะสนับสนุนให้ทิศทางราคาทองคำมีการปรับตัวหรือขยับขึ้นได้ต่อ

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน ทิศทางหรือแนวโน้มของทองคำยังคงมีลักษณะการเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ โดยมีลักษณะการแกว่งตัวออกด้านข้าง อย่างไรก็ตามหากราคาขยับหรือดีดตัวขึ้นไม่สามารถยืนอยู่เหนือโซน 1,291 – 1,303 เหรียญ ต้องระมัดระวังในส่วนของแรงขายซึ่งอาจจะกดดันให้ราคาทองคำอ่อนตัวหรือปรับฐานลง ทดสอบในส่วนของโซนแนวรับระดับ 1,266 เหรียญ

แต่หากราคาย่อตัวลงไม่หลุดระดับดังกล่าว อาจทำการเข้าซื้อเพื่อหวังทำกำไรระยะสั้นจากการรีบราวน์ หรือการดีดตัวขึ้น และหากราคาเกิดหลุดระดับ 1,266 เหรียญ อาจ Stop loss หรือตัดขาดทุน โดยชะลอการเข้าซื้อไปที่แนวรับถัดไประดับ 1,243 เหรียญ

พร้อมกันนี้ในตรงกันข้ามหากราคาผ่านโซนแนวต้านระดับ 1,303 เหรียญ แนวโน้มหรือมุมมองของทองคำจะเป็นบวกมากยิ่งขึ้น และมีโอกาสที่ราคาจะทดสอบแนวต้านสำคัญระดับ 1,324 เหรียญ เช่นกัน ดังนั้นนักลงทุนควรปรับพอร์ตตามสถานการณ์เคลื่อนไหวของราคาทองคำ