ความตรึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการผลักดันราคาทองคำ อีกทั้งได้รับแรงสนับสนุนจากโอกาสการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดที่อาจเร็วขึ้น ประเมินแม้ทองคำอยู่ในช่วงขาขึ้นแต่ยังต้องระวังแรงเทขายทำกำไร

“วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลียน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่ผ่านมาว่า ราคามีการทะยานขึ้นทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ของปี 2019 โดยระหว่างสัปดาห์ราคาขึ้นไปทดสอบระดับดังกล่าว และถือเป็นการทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ในรอบกว่า 6 ปี
 
ทั้งนี้ แนวโน้มหรือสถานการณ์เกี่ยวกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงถือเป็นปัจจัยที่กระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังจากความเสี่ยงจากการเผชิญหน้ากันทางการทหารระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งมีท่าทีที่มีความตรึงเครียดกันมากยิ่งขึ้น เพราะอิหร่านได้มีการยึดเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งพร้อมลูกเรือ 12 คน ขณะที่กองทัพเรือสหรัฐฯ มีการออกมาแถลงการณ์ว่ามีการยิงโดรนของอิหร่านตก สถานะการณ์หรือปัจจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความตรึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ

นอกจากนี้ทองคำได้รับแรงหนุนชัดเจนจากการร่วงลงของดอลลาร์สหรัฐ เมื่อเจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีการส่งสัญญานสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยในทิศทางที่รวดเร็วและแรงกว่าที่ตลาดมีการคาดการณ์ไว้ แนวโน้มดังกล่าวหรือท่าทีดังกล่าวส่งผลให้เครื่องมือ Fed Watch ของตัว CME Group ส่งสัญญานหรือแสดงว่าอัตราดอกเบี้ยที่มีการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับอัตราดอกเบี้ยลงในระดับ 0.5% ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจน

ด้าน กลยุทธ์การลงทุน แม้ว่าทองคำจะมีการทำระดับสูงสุดครั้งใหม่ของปี 2019 และกลับมาเคลื่อนไหวใกล้กับระดับสุงสุดในรอบ 6 ปี อย่างไรก็ตามระดับดังกล่าวยังคงมีความผันผวนที่ค่อนข้างสูง ทั้งนี้ YLG ประเมินแนวต้านไว้ที่ระดับ 1,466/ 1,488 และ 1,500 เหรียญ/ออนซ์ แนวรับประเมินไว้ 1,415/ 1,400 และ 1,385 เหรียญ/ออนซ์
อย่างไรก็ตามราคาทองคำเริ่มมีแรงขายทำกำไรสลับออกมา
 
ทำให้ประเมินว่าหากราคาปรับฐานหรืออ่อนตัวลงไม่หลุดแนวรับในโซน 1,415 เหรียญ จะทำให้แนวโน้มหรือโมเมนตั้มของทองคำยังคงเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยแนวโน้มที่ราคาจะขยับขึ้นทำระดับสูงสุดครั้งใหม่และทดสอบกรอบแนวต้านระดับ 1,466 เหรียญ ยังคงมีอยู่ แต่การขยับหรือการดีดตัวขึ้นอาจยังต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรซึ่งหากราคาไม่ผ่านแนวต้านระดับ 1,466 เหรียญ แนะนำนักลงทุนทยอยแบ่งทองคำออกขายและรอการอ่อนตัวหรือการปรับฐานลงมาจึงทำการเข้าซื้ออีกครั้ง หรือยังคงเน้นการทำกำไรระยะสั้นจากทิศทางแนวโน้มขาขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันความผันผวนหรือการเหวี่ยงตัวเช่นเดิม