03 กรกฎาคม 2560

0

“บล.โกลเบล็ก” ประเมินราคาทองคำครึ่งปีหลังเคลื่อนไหวในกรอบ 1,100-1,400 ดอลลาร์/ออนซ์ กลยุทธ์แนะซื้อช่วงราคาต่ำกว่า 1,200 ดอลลาร์ และขายทำกำไรช่วงราคาเหนือ 1,300 ดอลลาร์

นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ นักวิเคราะห์การลงทุน บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า แนวโน้มราคาทองคำโดยเฉลี่ยจะปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งหลังของปี 60 เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก โดยการแกว่งตัวยังคงเป็นไปตามปัจจัยบวกลบที่มีผลต่อสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของราคาทองคำในช่วงครึ่งปีหลังระหว่าง 1,100 – 1,400 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ เนื่องจากยังคงมีปัจจัยกดดันจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ Fed โดยพิจารณาอัตราเงินเฟ้อและสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯเป็นปัจจัยสำคัญนั้นเป็นสิ่งที่ตลาดรับรู้ไปแล้ว แต่การตัดสินใจปรับลดขนาดงบดุลของ Fed ยังมีความไม่ชัดเจนทั้งลักษณะ วิธีการ และระยะเวลา ซึ่งจะส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดลดลง ราคาทองคำในฐานะสินค้าโภคภัณฑ์จึงได้รับผลกระทบทางลบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม ความพยายามของสหรัฐฯในการกดให้ดอลลาร์อ่อนค่า และความเสี่ยงจากฝั่งยุโรปในกรณีปัญหาหนี้สาธารณะ การทำประชามติแยกตัวจากกลุ่ม และการเจรจา Brexit ยังเป็นประเด็นบวกต่อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ส่วนราคาทองคำในประเทศมีแนวโน้มจะได้รับผลกระทบน้อยลงจากการแข็งค่าของเงินบาท เว้นแต่ภาวะหนี้ครัวเรือนจะผ่อนคลายลงและการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มกระเตื้องขึ้น นอกจากนี้ หากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นของญี่ปุ่นมีความต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปีอาจทำให้ BOJ เริ่มแสดงท่าทีว่าจะปรับเปลี่ยนนโยบายการเงิน ซึ่งต้องติดตามดูในช่วงปลายปีนี้

จากปัจจัยดังกล่าวในข้างต้น ทางบล.โกลเบล็ก ประเมินกลยุทธ์การลงทุนทองคำ รอจังหวะซื้อขายเป็นรอบตามการเคลื่อนตัวของราคาระยะ 1 – 3 เดือน ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนที่ดีแก่นักลงทุน เพราะเป็นการล้อไปตามแนวโน้มราคาและลดความเสี่ยงของค่าเงินที่ผันผวน ดังนั้น ควรเน้นขายทำกำไรในช่วงราคาเหนือ 1,300ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ และเข้าซื้อสะสมเมื่อราคาลงมาต่ำกว่า 1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ ในขณะที่ช่วงราคาระหว่าง 1,200 – 1,300 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อออนซ์ เหมาะกับการเก็งกำไรระยะสั้น