ถึงแม้จะมีรายงานว่าปริมาณการบริโภคทองคำจากจีนซึ่งเป็นผู้บริโภครทองคำเป็นอันดับ 1 ของโลกจะแข็งแกร่งขึ้นในช่วงสามไตรมาสแรกของปี 2017 สู่ระดับ 815.89 ตัน แต่ดูเหมือนว่าปริมาณการบริโภคทองคำในปี 2017 ของอินเดียที่เป็นผู้บริโภคทองคำในทุกกิจกรรมตั้งแต่การลงทุนไปจนถึงการแต่งงาน และเป็นผู้บริโภคทองคำมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากจีน มีโอกาสจะปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี
รอยเตอร์รายงานโดยอ้างอิงจากข้อมูลของ World Gold Council (WGC) ว่าปริมาณการบริโภคทองคำของอินเดียในปี 2017 มีโอกาสจะปรับตัวลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี โดยได้รับแรงกดดันจากความพยายามที่จะทำให้การซื้อขายทองคำโปร่งใสมากยิ่งขึ้น บวกรวมกับปริมาณความต้องการที่ซบเซาลงในพื้นที่ชนบทบางแห่ง ทางด้านกรรมการผู้จัดการ WGC ของอินเดีย กล่าวว่า ปริมาณความต้องการทองคำของปี 2017 อาจอยู่ที่ระดับ 650 ตัน ปรับตัวลงจากปริมาณความต้องการทองคำเฉลี่ย 10 ปีที่ผ่านมาที่ระดับ 845 ตัน ขณะที่ปริมาณความต้องการทองคำจากอินเดียตลอดปี 2016 อยู่ที่ระดับ 666.1 ตัน
ในเดือนไตรมาส 3 การเริ่มต้นใช้ภาษี Goods and Services Tax (GST) และกฎหมายต่อต้านการฟอกเงินในการทำธุรกรรมค้าปลีกเครื่องประดับเป็นอุปสรรคต่อผู้ซื้อทองคำ ขณะที่ภาษี Goods and Services Tax (GST) ทั่วประเทศในเดือนกรกฎาคม ทำให้ภาษีสำหรับทองคำปรับตัวสูงขึ้นจาก 1.2% สู่ระดับ 3% นอกจากนี้ในเดือนกันยายน ทางการอินเดียได้คุมเข้มกฏระเบียบต่อต้านการฟอกเงินสำหรับเครื่องประดับ ทำให้ปริมาณความต้องการทองคำในช่วงไตรมาส 3 ของอินเดียปรับตัวลง 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าสู่ระดับ 145.9 ตัน

ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ มีความเป็นไปได้ว่าปริมาณความต้องการทองคำของอินเดียจะฟื้นตัวขึ้นกว่าไตรมาสก่อนหน้าจากเทศกาลแต่งงานและเทศกาล Diwali
อย่างไรก็ตาม 2 ใน 3 ของปริมาณความต้องการทองคำในอินเดียมาจากพื้นที่ชนบทที่เครื่องประดับทองคำถูกมองว่าเป็นเครื่องรักษามูลค่า(store of wealth) แต่ในปีนี้ฝนกลับไม่ตกตามฤดูกาลซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของเกษตรกร และนั่นจะส่งผลกระทบต่อปริมาณความต้องการทองคำในด้านเครื่องประดับในชนบทในไตรมาสที่จะถึงนี้
ดังนั้นหากท้ายที่สุดแล้วปริมาณความต้องการทองคำของอินเดียยังคงอยู่ในสภาวะซบเซาต่อเนื่อง อาจทำให้ราคาทองคำขาดปัจจัยหนุนเพิ่มเติมได้ อย่างไรก็ดีในสภาวะที่ทองคำเปลี่ยนรูปแบบไปจากการบริโภคเป็นการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดกระแสการลงทุนในทองคำมากขึ้นในสัญญาทองคำหรือ Paper Gold จึงทำให้ตัวแปรเรื่องความต้องการทองคำในด้านกายภาพส่งผลกระทบต่อราคาทองคำน้อยกว่าในดอีต ดังนั้นนักลงทุนจึงต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆประกอบเพื่อใช้ประกอบกลยุทธ์การลงทุน

บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด