หลายสถานการณ์หนุนราคทองคำขยับไปต่อเน้นการทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวเป็นหลัก ถึงแม้ว่าทองคำจะมีแรงซื้อให้ราคามีการรีบราวน์หรือมีการดีดตัวขึ้นมาได้ โดยระดับ1,476 เหรียญถือเป็นระดับต่ำที่เหมาะต่อการเข้าซื้อ เพื่อทำกำไรระยะสั้นในการดีดตัว

“วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแลอลจี บูลเลียน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงภาพรวมราคาทองคำที่ผ่านมาว่า ราคาทองคำได้รับแรงหนุนและมีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นแตะระดับสูงในรอบ 2 สัปดาห์ จากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯที่มีทิศทางย่ำแย่กว่าที่มีการคาดการณ์ไว้ สนับสนุนกระแสการคาดการณ์ว่าการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟดในช่วงปลายเดือนตุลาคมอาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้ง ซึ่งจะทำให้ปีนี้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงด้วยกันทั้งหมด 3 ครั้ง

“แนวโน้มดังกล่าวสร้างแรงซื้อเข้ายังตัวตลาดทองคำอย่างชัดเจน นอกจากนี้สถานการณ์การBrexit ของอังกฤษยังคงมีการผันผวน หลังจากนายกรัฐมนตรีของอังกฤษนายบอริส จอห์นสัน ต้องการให้มีการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ในวันที่ 12 ธันวาคม เพื่อหาทางแก้ไขเรื่องดังกล่าว แนวโน้มหรือสถานการณ์ดังกล่าวกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ก็กลับไปกดดันในส่วนของสกุลเงินปอนด์เลยส่งผลให้ราคาทองคำขยับหรือดีดตัวขึ้นไม่ค่อยได้ไกล”

มีรายงานว่า ทองคำยังคงได้รับแรงกดดันจากการเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อในฝั่งสหภาพยุโรปหรือ EU ที่มีทิศทางต่ำกว่าที่คาดการณ์รวมทั้งการประชุมของธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB ที่ยังมีการส่งสัญญานผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุมครั้งที่ผ่านมา แนวโน้มหรือปัจจัยดังกล่าวยังส่งผลเชิงลบต่อสกุลเงินยูโร และสร้างแรงขายทำกำไรสลับออกมายังตัวตลาดทองคำ

สำหรับปัจจัยที่ยังคงต้องจับตา คือการประชุมของพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน แม้ว่าสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนจะมีความคืบหน้า แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯกับจีนมีความขัดแย้งเพิ่มสูงขึ้นหลังจากสหรัฐฯให้การหนุนหลังไต้หวันและฮ่องกงในการต่อต้านรัฐบาลกลางอย่างเช่นจีน สถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่การประชุมพรรคคอมมิวนิสต์นำมาหารือ ซึ่งอาจจะต้องจับตาดูท่าทีของทางการจีนต่อแนวโน้มการตอบโต้กับสหรัฐฯจากประเด็นดังกล่าว

นอกจากนี้มีการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือว่าเฟด ซึ่งอาจจับตาดูว่าเฟดจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง ร่วมทั้งส่งสัญญานในการผ่อนคลายนโยบายการเงินในรูปแบบ QE เพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ อีกทั้งยังมีการประชุมของธนาคารกลางญี่ปุ่น หรือ BOJ แม้ว่าคาดการณ์ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นจะตึงดอกเบี้ยนโยบายไว้ตามเดิม แต่อาจจะแสดงท่าทีการผ่อนคลายนโยบานการเงินเพิ่มเติม

ขณะเดียวกันสัปดาห์นี้ในวันที่ 31 ตุลาคม จะมีการประชุมกำหนดเส้นตายเกี่ยวกับการBrexit หรือการที่อังกฤษจะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ซึ่งต้องดูว่าผลสรุปแล้วอังกฤษจะต้องมีการถอดตัวออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปในวันดังกล่าวหรือยืดหรือขยายระยะเวลาออกไปได้อย่างไร ซึ่งปัจจัยดังกล่าวล้วนแล้วส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ และในช่วงปลายสัปดาห์ก็จะมีการเปิดเผยรายงานตัวเลขเศรษฐกิจโดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร อัตราการว่างงาน รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงของสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำด้วยเช่นกัน

ทำให้กลยุทธ์การลงทุน เนื่องจากทองคำยังคงมีการผันผวนและมีการเปลี่ยนแปลงตามปัจจัยพื้นฐานหรือกระแสข่าวที่เข้ามากระทบ ดังนั้นจึงยังคงเน้นการทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวของทองคำเป็นหลัก ถึงแม้ว่าทองคำจะมีแรงซื้อให้ราคามีการรีบราวน์หรือมีการดีดตัวขึ้นมาได้ แต่ยังคงมีแรงขายทำกำไรสลับออกมาดังนั้นหากราคาขยับหรือดีดตัวขึ้นอาจจะทยอยแบ่งทองคำออกขายบางส่วน โดยใช้โซนแนวต้าน 1,511 – 1,524 เหรียญ และรอราคาย่อจึงทำการเข้าซื้ออีกครั้ง ทั้งนี้ประเมินแนวรับในโซน 1,487 -1,476 เหรียญ ซึ่ง 1,476 ถือเป็นระดับต่ำสุดก่อนหน้าหากราคาอ่อนตัวหรือย่อตัวลงมาไม่ถึงในระดับดังกล่าวสามารถใช้โซนดังกล่าวในส่วนของการเข้าซื้อ เพื่อทำกำไรระยะสั้นในการดีดตัวอีกครั้ง

อย่างไรแล้วก็ตามหากราคาขยับหรือดีดตัวขึ้นในหลายครั้งราคายังไม่สามารถผ่านในส่วนของกรอบแนวต้านด้านบนได้ ดังนั้นการที่ราคาขยับหรือดีดตัวขึ้นและแรงซื้อไม่ได้สนับสนุนมากพออาจทำให้เกิดแรงขายที่เพิ่มสูงขึ้น นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยอาจจะทยอยแบ่งทองคำออกขายเพื่อลดความเสี่ยง แต่ถ้าหากรับความเสี่ยงได้สูงอาจจะถือครองทองคำต่อเพื่อไปขายที่แนวต้านถัดไป โดยอาศัยข่าวและปัจจัยพื้นฐานเข้ามาประกอบ