สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีน และความตรึงเครียดในตะวันออกกลาง ผลักดันแรงซื้อทะลักเข้าทองคำ หนุนราคาปรับตัวเพิ่ม แต่สถานการณ์ในยุุโรปไม่เอื้ออำนวยจนสร้างแรงขายเข้ามากดดันราคา ประเมินระยะสั้นราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบ รอปัจจัยชี้นำใหม่ผลักดัน

“วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงภาพรวมการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่ผ่านมาว่า ทองคำมีทิศทางสดใสโดยราคาปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย เมื่อทางการจีนมีการท้าทายสหรัฐฯโดยประกาศจัดเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐฯที่นำเข้ามายังจีน เพื่อเป็นการตอบโต้ที่สหรัฐฯจัดเก็บภาษีนำเข้าจากทางฝั่งจีน ทั้งนี้ความขัดแย้งล่าสุดยังเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่ส่งผลให้ตัวตลาดหุ้นทั่วโลกมีทิศทางปรับฐานลงจนเกิดแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

อย่างไรก็ตามระหว่างสัปดาห์ตัวประธานาธิปดีโดนัลล์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ มีการออกมาแสดงความคิดเห็นว่าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนยังคงดำเนินต่อไป และยังคงมีโอกาสที่จะเกิดความเป็นไปได้ในการเจรจาการค้าและข้อตกลงทางการค้าระหว่างกัน สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ทิศทางตลาดหุ้นมีการฟื้นตัวขึ้นและนักลงทุนลดความวิตกกังวลต่อสถานการณ์สงครามการค้าลงจนสร้างแรงขายทำกำไรกลับเข้าสู่ตัวตลาดทองคำ

ขณะเดียวกันทองคำได้รับแรงกดดันเพิ่มขึ้น เมื่อมีการเปิดเผยผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนที่มีทิศทางสดใสในฝั่งสหรัฐฯ และข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ ที่มีทิศทางแข็งแกร่ง ข้อมูลหรือสถานการณ์ดังกล่าวเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนมีการโยกเม็ดเงินจากตลาดทองคำกลับเข้าสู่ตัวตลาดหุ้นจนทำให้ตัวราคาทองคำมีการปรับฐานหรืออ่อนตัวลงช่วงปลายสัปดาห์เช่นกัน

ทำให้ปัจจัยที่ยังคงต้องจับตา แนะนำให้จับตาดูทิศทางของสกุลเงินยูโรซึ่งถูกกดดันอย่างต่อเนื่องต่อความวิตกกังวลต่อการเลือกตั้งสภายุโรป ทั้งนี้ความวิตกกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในสหภาพยุโรป ที่จะมีการเลือกตั้งในสภายุโรปในวันที่ 22-26 มิถุนายน อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงจากขั้วทางการเมืองและปัจจัยดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองสกุลเงินยูโรลง และกลับมาเป็นปัจจัยที่ส่งผลเชิงลบต่อทิศทางราคาทองคำ

นอกจากนี้ต้องจับตาดูสถานการณ์ Brexit และเสถียนรภาพทางการเมืองภายในของอังกฤษ เมื่อนายกรัฐมนตรีของอังกฤษพยายามรักษาข้อตกลง Brexit และตำแหน่งของเธอท่ามกลางแรงกดดันจากหลายฝ่าย จนมีการคาดการณ์อาจประสบกับความล้มเหลวในการเจรจาข้อตกลง และ”เทเรซ่า เมย์” อาจจะได้รับแรงกดดันเพิ่มมากขึ้นจากพรรคของเธอเองและพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวยังคงกดดันสกุลเงินปอนด์และส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำ

รวมถึงยังคงแนะนำจับตาดูสถานการณ์ความตึงเครียดทางตะวันออกกลางเพิ่มเติม จากประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ซึ่งทางอิหร่านเองมีการออกมาประกาศถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ในปี 2015 และสหรัฐฯมีการประกาศอพยพเจ้าหน้าที่ที่มีการปฎิบัติงานในสถานฑูตของอิรัก เนื่องจากความวิตกกังวลจากภัยคุกคามของตัวอิหร่าน สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านชัดเจนมากยิ่งขึ้น และแนวโน้มที่อาจจะเกิดการกระทบกระทั้งระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านเพิ่มสูงขึ้นจนเป็นปัจจัยตัวหนึ่งซึ่งส่งผลเชิงบวกต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

ดังนั้นกลยุทธ์ในการลงทุน YLG ให้แนวรับระดับ 1272, 1251 และ 1232 เหรียญ แนวต้านประเมินไว้ 1303, 1324 และ 1346 เหรียญ ในระยะสั้นยังคงประเมินว่าการแกว่งตัวของราคาทองคำน่าจะมีลักษณเะการแกว่งตัวออกด้านข้างต่อไป ขณะเดียวกันอาจจะต้องรอปัจจัยใหม่ๆ กลับเข้ามาชี้นำการเคลื่อนไหวของตัวราคาทองคำเพิ่มเติม ทั้งนี้หากราคาขยับหรือดีดตัวขึ้นอาจจับตาแนวต้านในโซน 1294 – 1303 เหรียญ ว่าจะมีแรงซื้อทำให้ราคายืนอยู่เหนือโซนดังกล่าวได้หรือไม่ 
แต่หากราคายังไม่สามารถยืนได้หรือไม่สามารถทำระดับสูงสุดเหนือ 1303 เหรียญ แสดงว่าแรงซื้อยังคงค่อนข้างจำกัดอาจเกิดแรงขายทำกำไรสลับออกมา อย่างไรก็ตามการอ่อนตัวหรือการปรับฐานลงของตัวราคาทองคำ อาจจะยังไม่มากนักทั้งนี้ให้จับตาโซนแนวรับระดับ 1281 – 1272 เหรียญ หากราคายืนอยู่เหนือระดับดังกล่าวได้ สามารถเข้าซื้อเพื่อทำกำไรจากการดีดตัวขึ้นโดยยังคงเน้นการทำกำไรจากการแกว่งตัวอยู่ในกรอบ