นักเก็งกำไรทองกระดาษมือสั่น หลังจากราคาทองคำปรับตัวร่วงต่อเนื่อง เหตุความกังวลจากปัจจัยต่างประเทศกดดันราคาทองคำร่วง หวั่น “ทรัมป์” ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของอเมริกาจะผลาญงบสิ้นเปลืองเกินขีดจำกัด ส่งผลต่อเฟดปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนเวลาที่กำหนด

จากสภาวะตลาดวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมาราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,186.13-1,194.95 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,100 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,100 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFZ16 อยู่ที่ 20,160 บาท โดยราคาไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,160 บาท ( ณ เวลา 16.14 น.ของวันที่ 30/11/16)

โดยล่าสุดสมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองคำ ประจำวันที่ 1 ธันวาคม 2559 ซึ่งทันทีที่เปิดตลาดราคาทองคำ ลงกว่า 250 บาท/บาททองคำ โดย ทองคำแท่ง รับซื้อ 19,700.00 บาท ขายออก 19,800.00 บาท ทองรูปพรรณ รับซื้อ 19,344.16 บาท ขายออก 20,300.00 บาท

ขณะที่บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด มองว่าเนื่องจาก อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับขึ้นในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากการคาดการณ์ที่ว่า นายทรัมป์จะดำเนินนโยบายปรับเพิ่มการใช้จ่ายงบประมาณ, กระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจ และกระตุ้นอัตราเงินเฟ้อ ภาวะดังกล่าวจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วกว่าที่เคยคาดการณ์กันไว้ ประเด็นดังกล่าวส่งผลให้ทองคำต้องเผชิญกับแรงขายเมื่อราคาดีดตัวขึ้น ซึ่งถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล หนึ่งในผู้ว่าการของเฟด ถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่า เฟดใกล้ที่จะคุมเข้มนโยบายการเงินเพิ่มขึ้น เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจที่ออกมาแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐกำลังเติบโตในอัตราที่แข็งแกร่ง และอัตราเงินเฟ้อปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปสู่ระดับ 2% ขณะที่มีการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อย 2 ครั้งในปี 2017 แต่ยังคงขึ้นอยู่กับว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ และสภาคองเกรสภายใต้การนำของพรรครีพับลิกันจะดำเนินนโยบายใดบ้าง

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดแหล่งข่าวกล่าวว่า นาย ทรัมป์ จะเสนอชื่อ นายสตีเวน มานิวชิน ซึ่งเป็นอดีตหุ้นส่วนของโกลด์แมน แซคส์ ให้มาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีคลัง ซึ่งมีประสบการณ์การทำงานเป็นเวลายาวนานในย่านวอลล์สตรีท ซึ่งเป็นไปตามที่มีการคาดการณ์ไว้ นักลงทุนมุ่งความสนใจไปยังประเด็นที่ว่า รัฐบาลชุดใหม่ของสหรัฐจะส่งผลกระทบอย่างไรบ้างต่อตลาดราคาทองคำ

สำหรับทิศทางราคาทองคำนั้น ประเมินว่าหากราคาทองคำขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,197-1,203 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากไม่สามารถผ่านไปได้ ทำให้ราคาเกิดการอ่อนตัวลง แต่หากการอ่อนตัวของราคาทองคำยังคงสามารถยืนเหนือโซนบริเวณ 1,175-1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้ ยังมีโอกาสทดสอบแนวต้าน ซึ่งการแกว่งตัวของราคาทองคำยังถือเป็นโอกาสเข้าซื้อขายเพื่อทำกำไรระยะสั้น โดยกลยุทธ์การลงทุน ทางวายแอลจีมีมุมมองว่า ราคาทองคำยังมีการเคลื่อนไหวในกรอบและทรงตัวในระดับต่ำ โดยนักลงทุนที่สะสมทองคำไว้อาจมีการขายทำกำไรบางส่วนออกมาบ้าง โดยให้ดูว่าราคาจะผ่านแนวต้านบริเวณ 1,197-1,203 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้หรือไม่ ถ้าสามารถผ่านไปได้ให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงสูงได้แนะนำให้ถือต่อ เพื่อไปขายทำกำไรที่แนวต้านถัดไป และหากราคาทองคำมีการปรับตัวลดลงมา ไม่หลุดแนวรับ แนะนำนักลงทุนสามารถเก็งกำไร โดยให้เน้นไปที่การเข้าซื้อที่ระดับราคา 1,175-1,171 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับได้ราคายังมีโอกาสปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นและ ยังมีโอกาสทดสอบแนวต้านต่อไป

ขอบคุณบทความจาก YLG