สัญญาณปรับขึ้นดบ.USมาแรง กดดันราคาทองคำขาลง

        “ทองคำ”อยู่ในทิศทางขาลง หลังเฟดพอใจอัตรการว่างงาน แม้เศรษฐกิจไตรมาสแรกยังคงชะลอตัว กดดันนักลงทุนปล่อยขาย เหตุเชื่อการประชุมรอบมิถุนายนอาจประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ครั้งที่ 2 ของปีนี้ ประเมินหากราคาไม่หลุด 1,200 เหรียญ/ออนซ์ ยังมีโอกาสทำกำไร
       
        “วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงทิศทางราคาทองคำที่ผ่านมาว่า ราคามีการอ่อนตัวและรปรับฐานลงค่อนข้างชัดเจน หลังจากการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประจำเดือนพฤษภาคม บ่งชี้ว่าคณะกรรมการ FOMC ยังคงเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ แม้ทิศทางเศรษฐกิจไตรมาสที่ 1 ยังคงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่เจ้าหน้าที่ FOMC มองว่าตัวเลขภาคตลาดแรงงานยังมีทิศทางที่แข็งแกร่ง ปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีการคาดการณ์ว่าการประชุมเฟดประจำเดือนมิถุนายน อาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ของปีนี้
       
        “กระแสการคาดการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ รวมถึงผลตอบแทนธนบัตรสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น แต่ส่งผลเชิงลบต่อทิศทางราคาทองคำ ขณะเดียวกันมีรายงานว่า ตัวเลขความต้องการทองคำในไตรมาสที่ 1 ชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้แรงซื้อที่กลับเข้ามายังตลาดทองคำมีทิศทางลดลง”
       
        สำหรับปัจจัยที่ยังคงต้องจับตา คือผลการเลือกตั้งประธานาธิปดีในฝรั่งเศส เพราะหากนายเอ็มมานูเอล มาครอง ได้เป็นประธานาธิปดีในฝรั่งเศส ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอาจขาดปัจจัยหนุน แต่หากนางมารีน เลอเปน เป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยอาจดีดตัวขึ้นอีกครั้ง ขณะเดียวกันแนะนำให้จับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ อาทิ การเปิดเผยจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานประจำสัปดาห์ และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งจะเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อ และอาจจะส่งผลต่อการคาดณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด เช่นกัน
       
        โดยกลยุทธ์การลงทุน ประเมินว่า ทิศทางทองคำมีการปรับฐานและอ่อนตัวลงมาค่อนข้างแรง ทำให้แนวโน้มหรือโมเมนตั้มทองคำกลับมาเป็นลบ ทั้งนี้อาจจะต้องจับตาดูการตั้งฐานของราคาทองคำ ว่ามีการทำระดับต่ำสุดเพิ่มเติมอีกหรือเปล่า ถ้าไม่มีหรือราคาเริ่มตั้งฐานได้ นักลงทุนระยะกลางอาจจะสามารถเข้ามาซื้อทองคำอีกครั้ง อย่างไรแล้วก็ตาม อาจจะต้องทำการจับตาดูการรีบราวน์หรือดีดตัวขึ้น รวมถึงแรงซื้อที่กลับเข้ามายังตัวทองคำ เพราะหากการดีดตัวยังไม่พ้นบริเวณ 1,245 เหรียญดอลลาร์/ออนซ์ แสดงว่าแรงซื้อในตัวทองคำยังคงค่อนข้างจำกัด นักลงทุนอาจแบ่งทองคำออกขายเพื่อเป็นการลดความเสี่ยง และรอการปรับฐานลงมาของราคา ทั้งนี้จะมีแนวรับสัมพันธ์บริเวน 1,207-1,200 เหรียญดอลลาร์/ออนซ์ หากราคาไม่หลุดดังกล่าว อาจมีการเข้าซื้อเพื่อหวังทำกำไรอีกครั้ง