อุปสรรค “ทรัมป์” ยังเยอะผลักดันราคาทองคำปรับขึ้น

        ทองคำขยับตัวขึ้นหลังสถานการณ์การเมืองในสหรัฐฯ เป็นอุปสรรคสำคัญของ “ทรัมป์” ต่อการผ่านร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจ แถมได้รับแรงหนุนจาก ECB ส่งผลให้ยูโรแข็งค่า ประเมินหากไม่หลุด 1,220 เหรียญ/ออนซ์ ราคาทองคำอยู่ในทิศทางบวก
       
        “วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลียน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงแนวโน้มราคาทองคำ ว่า ช่วงที่ผ่านมา ราคามีทิศทางที่สดใสมากขึ้น โดยมีการปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ เหตุเพราะได้รับแรงสนับสนุนจากดัชนีดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนตัวลงทดสอบระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน เป็นเพราะถูกกดดันจากสถานการณ์การเมืองในฝั่งสหรัฐฯ ที่มีทิศทางย่ำแย่ลง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงขาดเสียงสนับสนุนในการผ่านร่างกฎหมายต่างๆ
       
        “ประเด็นดังกล่าวสงผลให้นักลงทุนคาดการณ์ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะไม่สามารถออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ได้ ขณะเดียวกัน ทองคำยังได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มเติมจากทิศทางของค่าเงินยูโรที่กลับมาแข็งค่าขึ้นสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี หลังประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีท่าทีในการส่งสัญญาณต่อการผ่อนคลายมาตรการนโยบายการเงิน ซึ่งจะยุติลง ทำให้ตลาดตีความว่า เรื่องดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นในช่วงต้นปีหน้า”
       
        สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตา คือ ทิศทางตัวเลขเศรษบกิจในฝั่งสหรัฐฯ เช่น ยอดขายบ้านมือสองประจำเดือนมิถุนายน ความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือนกรกฎาคม การประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งต้องจับตาดูท่าทีว่าจะดำเนินนโยบายอย่างไรในการกระตุ้นเศรษฐกิจ หลังโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในปีนี้ยังมีโอกาสต่ำกว่า 50%
       
        นอกจากนี้ จะมีการเปิดเผยตัวเลขจีดีพีไตรมาส 2 ของฝั่งสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นตัวสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจของอเมริกาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
       
        ทำให้กลยุทธ์การลงทุน เนื่องจากราคาเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นมาค่อนข้างมาก ประกอบกับเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรออกมา และเมื่อมีการประชุมเฟดทำให้คาดว่าก่อนการประชุมราคาจะเคลื่อนไหวไม่มากนัก แต่หลังจากมีผลการประชุมออกมา เชื่อว่าราคาทองคำจะแกว่งตัวผันผวน
       
        “แนะนำให้ลงทุนระยะสั้น นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มากนัก อาจแบ่งทองคำออกขาย โดยใช้แนวต้าน 1,250-1,262 เหรียญ/ออนซ์ เป็นจุดทยอยขายทองคำเพื่อลดความเสี่ยง ขณะที่หากราคามีการปรับฐานอ่อนตัวลงอาจจะมีการกลับเข้ามาซื้อลงทุนอีกครั้ง หากราคาไม่เหลุดโซนแนวรับ 1,232 -1,220 เหรียญ/ออนซ์ ซึ่งโดยรวมหากสามารถยืนเหนือระดับ 1,220 เหรียญ/ออนซ์ได้ โมเมนตัมระยะสั้นยังคงเป็นบวก”