เฟดส่อยืดขึ้นดบ. ดันราคาทองคำปรับตัวเพิ่ม

        ราคาทองคำยังมีโมเมนตัมเป็นบวก หลังเฟดส่งสัญญาณแตะเบรกเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เตือนปรับขึ้นมามากระวังแรงเทขาย แต่หากไม่หลุด 1,244 เหรียญ/ออนซื ถือว่ายังน่าเข้าลงทุน
       
        “วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วาย แอล จี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงราคาทองคำว่า ช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะมีการตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ตามเดิม แต่ราคาทองคำยังปรับตัวขึ้น จากดัชนีดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 13 เดือน ทำให้ราคาทองคำมีการตอบรับโดยดีดตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 6 เดือนเช่นกัน
       
        “ราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากมุมมองของเฟดต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ฟื้นตัวในระดับปานกลาง รวมถึงยังวิตกกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อ ประเด็นดังกล่าวทำให้นักลงทุนตีความว่า เฟดอาจยืดระยะเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ปัจจัยดังกล่าวจึงส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐ และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลง”
       
        อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ต้องติดตามยังเป็นตัวเลขเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญที่เฟดใช้ในการประเมินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เช่นการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคส่วนบุคคล ซึ่งใช้เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อส่วนบุคคลได้เป็นอย่างดี,ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน,จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานประจำสัปดาห์,ตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตร โดยหากข้อมูลดังกล่าวแสดงถึงภาวะเศรษฐกิจที่ไม่สดใส ดัชนีดอลลาร์สหรัฐอาจปรับตัวลงต่อ และกลับมาเป็นปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำ แต่ในทางตรงข้างถ้าทิศทางออกมาแข็งแกร่ง จะเป็นปัจจัยเข้ามากดดันราคำเพิ่มเติม
       
        โดยกลยุทธ์ลงทุน เนื่องจากราคาทองคำมีปารปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างมาก หลังตอบรับกระแสเชิงบวกกที่ผ่านมา แต่ต้องจับตาดูบริเวณแนวต้านต่างๆ ถ้าไม่มีปัจจัยบวกมากพอ อาจพบกับแรงขายทำกำไรออกมา จนทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลง โดยประเมินแนวต้านที่ 1,278 เหรียญ/ออนซ์ และแนวต้านสำคัญสูงสุดของปีที่ 1,296 เหรียญ/ออนซ์ ซึ่งถ้ามีการถือครองทองคำไว้อาจทยอยทองคำออกขายเพื่อลดความเสี่ยง
       
        ขณะเดียวกันหากราคาทองคำมีการอ่อนตัวลง ไม่หลุดกรอบด้านล่างบริเวณ 1,244 เหรียญ/ออนซ์ ยังให้แนวโน้มหรือโมเมนตัมเชิงบวก นักลงทุนสามารถใช้แนวรับดังกล่าวเข้าซื้อเมื่อราคามีการอ่อนตัว แต่อาจจะพิจารณาถึงทิศทางค่าเงินบาทที่ยังแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องและยังเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำในประเทศ เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน