แรงกดดันสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนยังผลักดันราคาทองคำไต่ระดับ แต่สัญญาณการเจรจาที่อาจได้ข้อยุติ เริ่มสร้างแรงเทกลยุทธ์การลงทุนยังคงเน้นการทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยอาจจะแบ่งทองคำออกขายบางส่วนเมื่อมีการขยับหรือดีดตัวขึ้น

“วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลียน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่ผ่านมาว่า ที่ผ่านมาทิศทางราคาทองคำค่อนข้างสดใส โดยราคาทองคำทะยานขึ้นสร้างระดับสูงสุดครั้งใหม่ในปี 2019 ขึ้นไปแตะบริเวณ 1,557 เหรียญ ซึ่งถือว่าเป็นระดับสูงสุดในรอบกว่า 6 ปี จากความวิตกกังวลต่อสถานการณ์สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนรุนแรงมากยิ่งขึ้น เมื่อประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” แห่งสหรัฐฯ ทวิตข้อความว่าต้องการให้จีนทำข้อตกลงกับสหรัฐฯ ก่อนที่จะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 มิเช่นนั้นสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าอาจจะเพิ่มสูงขึ้น
โดยความวิตกกังวลต่อแนวโน้มสงครามการค้าส่งผลให้อัตราผลตอบแทนธนบัตรสหรัฐฯอายุ 10 ปี ล่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งปัจจัยดังกล่าวกลับมาหนุนให้ราคาทองคำมีการทะยานหรือปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น แต่อย่างไรตามในส่วนของราคาทองคำมีการปรับฐานหรืออ่อนตัวลงกว่า 2% หลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่มีทิศทางแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง และข่าววงในจากทางการจีนเองมีการส่งสัญญานว่าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนในช่วงเดือนตุลาคมอาจจะหาข้อตกลง หรือข้อยุติทางการค้าได้ ซึ่งการส่งสัญญานในลักษณะดังกล่าวส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงรวมทั้งอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ มีทิศทางดีขึ้นจนกลับมากดดันราคาทองคำให้มีการปรับฐานและอ่อนตัวลง
ดังนั้นปัจจัยที่ยังคงต้องจับตาในสัปดาห์นี้ แนะนำให้จับตาดูการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งจีน ไม่ว่าจะเป็นดุลการค้า ดัชนีราคาผู้ผลิต หรือดัชนีราคาผู้บริโภค ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อรวมทั้งในส่วนของการให้สินเชื่อธนาคารพาณิชย์และผลผลิตภาคอุตสาหกรรมยอดการค้าปลีก ซึ่งจะทำให้เห็นแนวโน้มเศรษฐกิจในฝั่งจีนที่มีทิศทางที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันในช่วงปลายสัปดาห์ปริมาณการซื้อขายทองคำของจีนอาจจะลดลงเนื่องจากในวันศุกร์ตลาดจีนจะปิดทำการเนื่องในเทศกาลไหว้พระจันทร์ นอกจากนี้ยังแนะนำให้นักลงทุนจับตาดูความคืบหน้าเกี่ยวกับกรณีที่อังกฤษจะถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปหรือ BREXIT หลังจากในส่วนของตัวสภาสูงมีการเตรียมเสนอการออกร่างกฎหมายไม่ให้อังกฤษถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรปแบบไร้เงื่อนไข ซึ่งอาจจะทำให้อังกฤษยืดระยะเวลาการถอนตัวออกไปให้พ้นจากวันที่ 31 ตุลาคมปีนี้ได้

นอกจากนี้ยังแนะนำให้นักลงทุนจับตาดูธนาคารกลางยุโรป (ECB) ว่าจะมีการส่งสัญญานเกี่ยวกับการผ่อนคลายนโยบายการเงินในรูปแบบ QE รวมทั้งส่งสัญญาณปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงหรือไม่ ซึ่งการประชุมของธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 12 กันยายนอาจจะส่งผลต่อสกุลเงินยูโรและทองคำเช่นกัน

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน YLG ให้แนวรับบริเวณ 1,492 และ 1,460 เหรียญ แนวต้านประเมินไว้บริเวณ 1,557 และ 1,584 หลังจากช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาราคามีการปรับฐานหรืออ่อนตัวลงมาค่อนข้างแรง เลยส่งผลให้ทิศทางหรือโมเมนตั้มทองคำในระยะสั้นกลับมาเป็นลบอีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามทิศทางราคาทองคำในระยะกลางยังถือว่าเป็นบวก หากราคาย่อหรือปรับฐานลงมาให้จับตาดูในส่วนของโซนแนวรับบริเวณ 1,492 เหรียญ ว่าราคาจะทรงตัวหรือรักษาระดับไว้ได้หรือไม่

เพราะหากราคาทรงตัวหรือรักษาระดับไว้ได้อาจจะเกิดการรีบราวน์ หรือการดีดตัวขึ้นทดสอบในโซน 1,535 – 1557 เหรียญ ยังคงมีอยู่ แต่หากขยับหรือการดีดตัวขึ้นของราคาทองคำจำกัด รวมทั้งแรงขายอยู่ในระดับที่ค่อนข้างสูงจนหลุดบริเวณ 1,492 เหรียญ ราคาอาจเกิดการปรับฐานหรือการอ่อนตัวลงต่อทดสอบแนวรับถัดไปบริเวณ 1,479 – 1460 เหรียญ ดังนั้นในส่วนของกลยุทธ์การลงทุนยังคงเน้นการทำกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว โดยอาจจะแบ่งทองคำออกขายบางส่วนเมื่อมีการขยับหรือดีดตัวขึ้นชนแนวต้าน และรอเข้าซื้อเมื่อราคามีการปรับฐานหรืออ่อนตัวลงมา