แรงขายทองคำเริ่มเบาบาง ซื้อเมื่อลดลงและขายเมื่อรีบาวนด์

        แรงขายทองคำเริ่มเบาบางลง หลังประธานเฟดยอมอ่อนท่าที พร้อมดำเนินนโยบานการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป จับตาตัวเลขเศรษฐกิจฝั่งจีนและยุโรปอย่างใกล้ชิด หากดีขึ้นต่อเนื่องทองคำจะถูกลดลน้ำหนักลงอีก กลยุทธ์ซื้อเมื่อราคาเข้ากรอบแนวรับ และทำกำไรเมื่อราคารีบาวนด์
       
        “นายวรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงทิศทางราคาทองคำว่า การอ่อนตัวของราคาทองคำยังมีออกมาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากการสร้างระดับต่ำสุดครั้งใหม่ แต่พบว่าแรงขายทองคำเริ่มเบาบางลง หลังนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีการแถลงต่อสภาครองเกรส โดยยังยืนยันว่าเฟด จะยังคงยืนนโยบายการเงินอย่างคุมเข้มต่อไป แต่ท่าทีของประธานเฟดเริ่มผ่อนคลายลง จากการยืนยันจะใช้นโยบายการเงินอย่างค่อยเป็นค่อยไป หลังอัตราเงินเฟ้อยังไม่สนับสนุน
       
        “สัญญาณดังกล่าวทำให้แรงขายเริ่มเบาบางลง ราคาทองคำมีการดีดตัวขึ้นได้บ้าง แต่แรงซื้อที่มีเข้ามาถือว่ายังค่อนข้างจำกัด เพราะประเด็นดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนให้น้ำหนักในตัวสินทรัพย์เสี่ยง เพราะตัวเลขเศรษบกิจในฝั่งสหรัฐฯยังคงเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนให้ราคาทองคำถูกกดดัน ถ้าดัชนีดอลลาร์อยู่ในทิศทางที่ค่อนข้างสดใส”
       
        สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตามคือ อาจต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวของสินทรัพย์เสี่ยงว่าจะขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือไม่ รวมทั้งผลประกอบการประจำไตรมาส2ของบริษัท่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ซึ่งหากทิศทางยังคงสดใส ปัจจัยดังกล่าวอาจทำให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยขาดความน่าสนใจและขยับขึ้นได้อย่างจำกัด
       
        “นักลงทุนยังต้องติดตาม การเคลื่อนไหวตัวเลขเศรษฐกิจในฝั่งจีน เพราะหากยังมีทิศทางแข็งแกร่ง ก็จะไปกระตุ้นในตัวสินทรัพย์เสี่ยงให้ปรับตัวเพิ่มขึ้น พร้อมกับต้องติดตามข้อมูลการเปิดเผยอัตราเงินเฟ้อในฝั่งยูโรนโซน และอังกฤษ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับการประกอบการตัดสินใจให้ธนาคารกลางดำเนินนโยบายการเงินในระยะถัดไป เพราะหากทิศทางเงินเฟ้อแข็งแกร่ง ธนาคารกลางยุโรปอาจถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเร็วๆนี้จะมีการประชุมของธนาคารยุโรป และธนาคารกลางญี่ปุ่น ที่จะเป็นปัจจัยชี้นำในส่วนของราคาทองคำเพิ่มเติม”
       
        ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนยังเป็นทิศทางขาลง แต่พบว่าราคาทองคำพยายามตั้งฐานหรือทรงตัวเคลื่อนไหวในกรอบ โดยให้จับตาบริเวณโซนแนวรับ1,204-1,194 เหรียญ/ออนซ์ หากราคาไม่หลุดโซนดังกล่าวและตั้งฐานได้ อาจเกิดการรีบาวนด์ขึ้น โดยประเมินกรอบแนวต้านด้านบน 1,224 -1,233 เหรียญ/ออนซ์ โดยหากราคาตั้งฐานได้ แนวโน้มหรือโมเมนตัมเชิงลบอาจจะดีขึ้น
       
        “แนะนำให้เข้าซื้อเมื่อราคาชนกรอบด้านล่างและแนะนำให้แบ่งทองคำออกขาย เมื่อราคาปรับตัวขึ้นมาทดสอบกรอบด้านบนและไม่สามารถยืนได้ อีกทั้งควรติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทประกอบการตัดสินใจลงทุน เพราะทิศทางค่าเงินบาทที่แข็งค่าอาจกดดันให้ราคาทองคำในประเทศปรับตัวขึ้นได้ค่อนข้างจำกัดกว่าราคาทองคำในต่างประเทศ”