ความกังวลจาก Brexit ของอังกฤษยังช่วยพยุงราคาทองคำ ที่ถูกกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่แข็งแกร่ง จนดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง ภาพรวมยังแนะนำลงทุนระยะสั้นจากการแกว่งตัวในกรอบของราคา
 
“วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลียน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงทิศทางราคาทองคำว่า ที่ผ่านมาราคามีการอ่อนตัวหลังจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯมีทิศทางค่อนข้างสดใส โดยนักลงทุนยังคงคาดการณ์แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นไปในทิศทางเดิม จนเป็นปัจจัยให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐมีทิศทางแข็งค่าขึ้น และกดดันให้ราคาทองคำอ่อนตัว

 
อย่างไรก็ตาม ทองคำยังได้รับแรงหนุนจากความวิตกกังวลกรณีการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มสหภาพยุโรปของอังกฤษ (Brexit) หลังจากนางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษมีการส่งร่างBrexit ต่อคณะกรรมาธิการสหภาสพยุโรป หรือ ยูโรโซน จนทำให้มีรัฐมนตรีบางรายไม่พอใจ จนประกาศลาออก

 
“สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกลับมากดดันสินทรัพย์เสี่ยง และผลักดันให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยปรับตัวขึ้น”

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม อยู่ที่ความตรึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน เพราะมีผลต่อดัชนีดอลลาร์สหรัฐ และราคาทองคำ หลังผู้แทนทางการค้าสหรัฐฯมีการกล่าวกับภาคอุตสาหกรรมบางราย ว่ามีการระงับภาษีของสหรัฐฯอีกรอบต่อการส่งสินค้านำเข้าของจีนซึ่งหากมีความชัดเจนจริง จะทำให้ท่าทีการค้ามีการผ่อนคลายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ต้องจับตาความยุ่งเหยิงของร่าง Brexit ที่อาจสร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยง และสร้างแรงซื้อกลับเข้าสู่ตลาดทองคำ แต่หากเรื่องดังกล่าวคลี่คลายหรือมีทางออกก็จะทำให้ความน่าสนใจในทองคำลดน้อยลงไปด้วย ซึ่งมีแนวโน้มที่ร่างBrexit อาจถูกเปลี่ยนรูปแบบ โดยอาจมีการทำประชามติอีกรอบเพื่อเป็นตัวเลือกระหว่างการถอนตัว หรือมีข้อประณีประนอมใหม่

ส่วนกลยุทธ์ลงทุน ประเมินแนวรับที่ 1,196/1,180/1,160 เหรียญต่ออนซ์ ส่วนแนวต้านประเมินที่ 1,237/1,253/1,272 เหรียญต่ออนซ์ โดยอาจจับตาโซน 1,204 – 1,196 เหรียญต่ออนซ์ ซึ่งหากราคาทรงตัวรักษาระดับได้ คาดว่ายังมีโอกาสดีดตัวขึ้นทดสอบแนวต้านด้านบน 1,224 – 1,237 เหรียญต่ออนซ์

“หากราคาดีดตัวขึ้นอาจมีแรงขายออกมาในบริเวณดังกล่าว ดังนั้นหากไม่สามารถผ่านไปได้แนะนำให้ขายทำกำไรออกมา โดยเน้นการลงทุนระยะสั้นจากการแกว่งตัวในกรอบ แต่หากราคาสามารถกลับไปยืนเหนือโซนดังกล่าวได้ แนวโน้มของทองคำจะกลับมาเป็นบวกมากขึ้น โดยควรติดตามค่าเงินยาทประกอบการตัดสินใจลงทุนเพราะหลายครั้งที่ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลง จนทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่ค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าจนทำให้่การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาทองคำในประเทศเพิ่มได้เพียงเล็กน้อย”