ความตึงเครียดคาบสมุทนเกาหลี และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน ผลักดันทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยปรับตัวเพิ่มขึ้น ภาพรวมต้องติดตามว่าที่ประธานเฟดคนใหม่ อาจทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเกิดเร็วขึ้น กดดันราคาทองคำในอนาคต ประเมินแนวต้าน 1,307 – 1,329 เหรียญ/ออนซ์ มักมีแรงขายกดดันบ่อยครั้ง อาจจำเป็นต้องแบ่งทองคำออกขายเพื่อลดความเสี่ยง

“วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงทิศทางราคาทองคำในช่วงที่ผ่านมาว่า ราคาทองคำมีแกว่งตัวค่อนข้างสูง โดยได้รับแรงสนับสนุนในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยจากสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีที่มีท่าทีว่าจะรุ่นแรงยิ่งขึ้น ประกอบกับได้รับแรงสนับสนุนเพิ่มจากท่าทีระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านที่่ขัดแย้งกันในเรื่องโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำมากขึ้นพร้อมจับตาดูพัฒนาการความตึงเครียดที่เกิดขึ้น เพื่อใช้เป็นปัจจัยชี้ต่ำต่อทิศทางราคาทองคำ

อย่างไรก็ตามราคาทองคำเริ่มมีการปรับฐานหรืออ่อนตัวลง จากท่าทีของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เป็นคนใหม่ หลังนางเจเน็ต เยลเลน ที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบันจะหมดวาระลงในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งแนวโน้มประธานเฟดคนใหม่ที่จะมาแทน มีแนวโน้มที่จะมีท่าทีคุมเข้มในนโยบายการเงินมากขึ้นกว่าในปัจจุบัน ซึ่งอาจทำให้การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในฝั่งสหรัฐฯมีทิศทางที่เร่งขึ้นตามไปด้วย

สำหรับปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตาม นั่นคือการเคลื่อนไหวของดัชนีดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งที่ผ่านมายังถูกชี้นำจากการพยายามปฎิรูปกฏหมายภาษีของ “ทรัมป์” ซึ่งล่าสุด “ทรัมป์”ได้ให้วุฒิสมาชิก หรือ วุฒิสภา มีการผ่านร่างกฎหมายงบประมาณประจำปี 2018 เพื่อเป็นการกรุยทางให้ตนเองสามารถปฏิรูปกฏหมายภาษีได้ โดยหากกฏหมายภาษีมีความชัดเจนมากขึ้น หรือมีโอกาสเกิดขึ้นได้จะส่งผลให้เงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่า และกลับมากดดันในส่วนของราคาทองคำ

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ ที่ต้องติดตามคือประมาณการGDPไตรมาส3ของปี2017 ส่วนปัจจัยในฝั่งยุโรป อยู่ที่การประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB)ว่าจะมีการส่งสัญญาาณเกี่ยวกับการปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบของ QE ลงหรือไม่ เพราะหากมีการส่งสัญญาณที่ชัดเจน จะทำให้ค่าเงินยูโรกลับไปแข็งค่า ซึ่งจะผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น

ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุน ยังประเมินว่าราคาทองคำยังคงเคลื่อนไหวในลักษณะแกว่งตัวอยู่ในกรอบเพื่อรอปัจจัยพื้นฐานเข้ามาชี้นำราคา โดยมีแนวรับบริเวณ1,273-1,260 เหรียญ/ออนซ์ ซึ่งต้องจับตาดูแรงซื้อที่เข้ามาหนุนหรือพยุงราคาทองคำไว้ หากทรงตัว หากยังสามารถรักษาฐานเดิมไว้ได้ โอกาสปรับตัวขึ้นเพื่อทดสอบแนวต้านด้านบนมองว่ายังมีโอกาส

“แนวต้านด้านบน จับตาบริเวณ 1,307 – 1,329 เหรียญ/ออนซ์ เพราะหลายครั้งที่ราคาทองคำขยับเข้าใกล้โซนดังกล่าว มักจะมีแรงเทขายเข้ามากดดันให้ราคาอ่อนตัวลง นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มากอาจแบ่งทองคำออกขายตามบริเวณแนวต้านดังกล่าวเพื่อเป็นการควบคุมความเสี่ยง”

นอกจากนี้ อาจต้องจับตาการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด ซึ่งที่ผ่านมาทิศทางยังอยู่ที่ทรงตัวในระดับแข็งค่า จนส่งผลกดดันต่อทิศทางราคาทองคำในประเทศ ให้ขยับหรือดีดตัวได้น้อยกว่าราคาทองคำในต่างประเทศ