ทองคำยังแกว่งตัวในกรอบอย่างค่อนข้างจำกัด หลังดัชนีดอลลาร์เริ่มอ่อนค่า เหตุเพราะตัวเลขเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐฯมีทิศทางชะลอตัวลง ภาพรวมการเคลื่อนของราคาทองคำเป็นไปแบบสลับฟันปลา ซึ่งยังมีดอกาสเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัว
 
“วรุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลียน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงทิศทางราคาทองคำว่า การเคลื่อนไหวของราคาทองคำที่ผ่านมาแม้ว่าจะเป็นลักษณะแกว่งตัวอยู่ในกรอบที่ยังคงค่อนข้างจำกัด หรือมีการแกว่งตัวในรูปแบบไซด์เวย์ออกด้านข้าง แต่ทองคำก็พยายามทรงตัวอยู่ในระดับสูงสุดในรอบเกือบ 1 สัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีทิศทางอ่อนค่าลงหลังจากความหวังการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง น่าจะทำให้ประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนเริ่มมีทิศทางที่คลี่คลายลง
 
“สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯในฐานะสกุลเงินปลอดภัยถูกลดความน่าสนใจหรือลดการถือครองลง ประกอบกับดอลลาร์ได้รับแรงกดดันหลังจากสหรัฐฯ เปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ดัชนีราคาผู้บริโภค CPI ประจำเดือนสิงหาคม ซึ่งมีทิศทางชะลอตัวลงกว่าตลาดประเมินไว้ ข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้ถึงทิศทางเงินเฟ้อในฝั่งสหรัฐฯ มีการชะลอตัวลงและอาจจะลดแรงกดดันให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จำเป็นต้องคุมเข้มหรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งปัจจัยดังกล่าวยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลเชิงบวกต่อราคาทองคำ”
 
สำหรับปัจจัยที่ยังคงต้องจับตา ในสัปดาห์นี้จะมีนักการฑูตระดับสูงของสหภาพยุโรป และเหล่าผู้นำ EU เตรียมหารือขณะที่ประชุมกันที่ออสเตรียเพื่อจะประชุมนัดพิเศษในเรื่องการถอนตัวของอังกฤษจากการออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป ทั้งนี้ที่ประชุมอาจมีการประชุมหรือตกลงในส่วนของวันประชุมว่าจะเป็นวันที่ 18 ตุลาคม หรือจะเป็นช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ซึ่งนักลงทุนอาจจะจับตาดูสถานการณ์ดังกล่าว เพราะหากมีการเจรจาหรือตกลงกันได้ภายในระยะเวลาอันใกล้ก็อาจจะส่งผลให้สถานการณ์ Brexit คลี่คลายและน่าจะกลับมาเป็นปัจจัยหนุนสกุลเงินปอนด์และสกุลเงินยูโรจนหนุนราคาทองคำปรับตัวเพิ่ม
 
  นอกจากนี้ยังมีการประชุมหารือกันระหว่างสุดยอดของเกาหลีระหว่างเกาหลีเหนือ และเกาหลีใต้ ซึ่งนักลงทุนจับตาดูบทบาทของประธานาธิบดี มู แจ อิน ของเกาหลีใต้ว่าจะสามารถเป็นกาวใจให้เกาหลีเหนือว่าสามารถตกลงหรือเจรจาเกี่ยวกับข้อพิพาทโครงการนิวเคลียร์ได้หรือไม่ โดยนักลงทุนยังคงจับตาดูท่าทีของเกาหลีเหนือว่าจะมีความจริงใจหรือจริงจังในการปรับลดอาวุธนิวเคลียร์มากน้อยแค่ไหน
 
รวมทั้งในสัปดาห์นี้ยังมีการประชุมของคณะนโยบายการเงิน(กนง.) ของประเทศไทย ถึงแม้ว่าจะคาดการณ์ตึงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.5% แต่นักลงทุนยังคงรอดูท่าทีของกนง.เกี่ยวกับแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไป
 
โดยกลยุทธ์การลงทุน แม้ว่าที่ผ่านมาราคาทองคำจะแกว่งตัวอยู่ในกรอบออกด้านข้าง แต่พบว่าราคาพยายามทดสอบกรอบด้านบน ทำให้แนวโน้มหรือโมเมนตัมของราคาทองคำเป็นบวกมากยิ่งขึ้น แต่ควรจับตาดูการเคลื่อนไหวของราคาทองคำว่าจะขยับขึ้นได้มากน้อยแค่ไหน เพราะหากไม่มีปัจจัยใหม่ๆเข้ามาเพิ่มเติม อาจทำให้การดีดตัวขึ้นราคาทองคำทำได้ไม่ไกลมากนัก โดยจับตาแนวต้าน 1,228 เหรียญ ซึ่งหากราคา ซึ่งหากราคาไม่สามารถผ่านไปได้ โอกาสที่จะถูกขายทำกำไรยังคงมีอยู่ ขณะที่นักลงทุนที่ยังไม่ได้ซื้อทองคำอาจรอการอ่อนตัวลงมาของราคาโดยใช้โซนแนวรับ 1,187 – 1,175 เหรียญ เป็นจุดในการเข้าซื้อ เนื่องจากการเคลื่อนไหวของราคายังเป็นไปในลักษณะแกว่งตัวขึ้นลงสลับฟันปลาจึงแนะนำเก็งกำไรระยะสั้นจากการแกว่งตัวเป็นหลัก