ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 13 มี.ค. 2563

— ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทะยานขึ้นอย่างมากเมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) โดยพุ่งขึ้นวันเดียวมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศ และเตรียมอัดฉีดเงินช่วยเหลือของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอย่างรวดเร็ว

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 23,185.62 จุด เพิ่มขึ้น 1,985.00 จุด หรือ +9.36%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,711.02 จุด เพิ่มขึ้น 230.38 จุด หรือ +9.29% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,874.88 จุด เพิ่มขึ้น 673.07 จุด หรือ +9.35%

— ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) หลังพุ่งขึ้นถึง 8% ในการซื้อขายช่วงบ่าย เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความพยายามร่วมกันของประเทศต่างๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกเป็นครั้งที่ 2 ในเดือนนี้ในการประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันที่ 17-18 มี.ค.

ดัชนี Stoxx Europe 600 บวก 1.43% ปิดที่ 299.16 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,118.36 จุด เพิ่มขึ้น 74.11 จุด หรือ +1.83%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 9,232.08 จุด เพิ่มขึ้น 70.95 จุด หรือ +0.77% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,366.11 จุด เพิ่มขึ้น 128.63 จุด หรือ +2.46%

— ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวขึ้นเมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขานรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) เพื่อรับมือกับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยตลาดฟื้นตัวขึ้นหลังจากร่วงลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดีซึ่งเป็นการทรุดตัวลงรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เหตุการณ์ “แบล็กมันเดย์” ในปี 2530

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,366.11 จุด เพิ่มขึ้น 128.63 จุด หรือ +2.46% แต่ร่วงลง 18% ในรอบสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการดิ่งลงรุนแรงที่สุดในรอบสัปดาห์นับตั้งแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกในปี 2551

— ดอลลาร์แข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่ารัฐบาลของหลายประเทศจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อลดผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

ทั้งนี้ ดัชนีดอลลาร์ซึ่งวัดค่าดอลลาร์เมื่อเทียบกับ 6 สกุลเงินสำคัญ ปรับตัวขึ้น 1.33% สู่ระดับ 98.7712

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 105.18 เยน จากระดับ 105.15 เยน, ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9554 ฟรังก์ จากระดับ 0.9456 ฟรังก์ และดอลลาร์สหรัฐยังแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.3926 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.3845 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 1.1066 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1177 ดอลลาร์, เงินปอนด์อ่อนค่าลงสู่ระดับ 1.2305 ดอลลาร์ จากระดับ 1.2581 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนค่าลงแตะที่ระดับ 0.6141 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6322 ดอลลาร์สหรัฐ

— สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 4% เมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ และดอลลาร์ที่ปรับตัวขึ้นอย่างมากได้กระตุ้นให้นักลงทุนเทขายทองซึ่งเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน เม.ย. ร่วงลง 73.6 ดอลลาร์ หรือ 4.63% ปิดที่ 1,516.7 ดอลลาร์/ออนซ์ และในรอบสัปดาห์นี้สัญญาทองร่วงลงมากกว่า 9% ซึ่งเป็นการร่วงลงหนักที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2554

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือน พ.ค. ร่วงลง 1.505 ดอลลาร์ หรือ 9.4% ปิดที่ 14.5 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาแพลทินัมส่งมอบเดือน เม.ย. ร่วงลง 37.9 ดอลลาร์ หรือ 4.85% ปิดที่ 743.9 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือน มิ.ย. ร่วงลง 405.80 ดอลลาร์ หรือ 21.2% ปิดที่ 1,509.10 ดอลลาร์/ออนซ์

— สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ (13 มี.ค.) หลังร่วงลงอย่างหนักในวันพฤหัสบดี โดยราคาน้ำมันฟื้นตัวขึ้นจากความหวังว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และประเทศต่างๆ อาจจะช่วยลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 23 เซ็นต์ หรือ 0.7% ปิดที่ 31.73 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนต์ส่งมอบเดือน พ.ค. เพิ่มขึ้น 63 เซ็นต์ หรือ 1.9% ปิดที่ 33.85 ดอลลาร์/บาร์เรล

ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 23,185.62 จุด เพิ่มขึ้น 1,985.00 จุด, +9.36%

ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 7,874.88 จุด เพิ่มขึ้น 673.07 จุด, +9.35%

ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 2,711.02 จุด เพิ่มขึ้น 230.38 จุด, +9.29%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,366.11 จุด เพิ่มขึ้น 128.63 จุด, +2.46%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,118.36 จุด เพิ่มขึ้น 74.11 จุด, +1.83%

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 9,232.08 จุด เพิ่มขึ้น 70.95 จุด, +0.77%

ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 34,103.48 จุด เพิ่มขึ้น 1,325.34 จุด, +4.04%

ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 2,634.00 จุด ลดลง 44.64 จุด, -1.67%

ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,344.75 จุด ลดลง 74.68 จุด, -5.26%

ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 4,907.57 จุด เพิ่มขึ้น 11.82 จุด, +0.24%

ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 24,032.91 จุด ลดลง 276.16 จุด, -1.14%

ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 5,793.94 จุด เพิ่มขึ้น 57.67 จุด, +1.01%

ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 2,887.43 จุด ลดลง 36.06 จุด, -1.23%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 1,771.44 จุด ลดลง 62.89 จุด, -3.43%

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 17,431.05 จุด ลดลง 1,128.58 จุด, -6.08%

ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 10,128.87 จุด ลดลง 293.45 จุด, -2.82%

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,539.30 จุด เพิ่มขึ้น 234.70 จุด, +4.42%

ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 5,590.70 จุด เพิ่มขึ้น 219.80 จุด, +4.09%