ดัชนีและภาวะตลาดหุ้น น้ำมัน ทองคำ และตลาดเงินต่างประเทศ ประจำวันที่ 27 มี.ค. 2563

— ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (27 มี.ค.) หลังจากพุ่งขึ้น 3 วันติดต่อกัน โดยนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาอีกครั้งท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐฯ ที่เพิ่มขึ้นแซงหน้าจีน ขณะที่ตลาดแทบไม่ได้แรงหนุน แม้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ อนุมัติมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นวงเงินสูงเป็นประวัติการณ์ของสหรัฐฯ แล้วก็ตาม

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 21,636.78 จุด ร่วงลง 915.39 จุด หรือ -4.06%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 2,541.47 จุด ร่วงลง 88.60 จุด หรือ -3.37% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 7,502.38 จุด ร่วงลง 295.16 จุด หรือ -3.79%

— ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (27 มี.ค.) โดยถูกกดดันหลังจากที่บรรดาผู้นำสหภาพยุโรป (EU) ยังไม่สามารถตกลงกันได้เกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งในขณะนี้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกมากกว่า 533,000 คนแล้ว โดยผู้กำหนดนโยบายของ EU ได้ขอเวลาศึกษารายละเอียดอีก 2 สัปดาห์ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในอิตาลี, สเปน และฝรั่งเศสยังคงพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ รายงานข่าวที่ว่า นายบอร์ริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษติดเชื้อโควิด-19 ยิ่งเพิ่มความตื่นตระหนกให้แก่นักลงทุน

ดัชนี Stoxx Europe 600 ร่วงลง 3.26% ปิดที่ 310.90 จุด

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,351.49 จุด ร่วงลง 192.09 จุด หรือ -4.23%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 9,632.52 จุด ร่วงลง 368.44 จุด หรือ -3.68% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,510.33 จุด ร่วง 305.40 จุด หรือ -5.25%

— ตลาดหุ้นลอนดอนปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (27 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นออกมาอย่างตื่นตระหนก หลังมีรายงานข่าวว่า นายบอร์ริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษเป็นผู้นำโลกคนแรกที่ติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 5,510.33 จุด ร่วงลง 305.40 จุด หรือ -5.25%

— สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (27 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกว่าความต้องการใช้น้ำมันจะลดลงท่ามกลางวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก แม้ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ได้ลงนามบังคับใช้กฎหมายมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจวงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อคืนนี้แล้วก็ตาม

สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ค. ร่วงลง 1.09 ดอลลาร์ หรือ 4.8% ปิดที่ 21.51 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเบรนต์ส่งมอบเดือน พ.ค. ร่วงลง 1.41 ดอลลาร์ หรือ 5.4% ปิดที่ 24.93 ดอลลาร์/บาร์เรล

— สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (27 มี.ค.) อันเป็นผลจากแรงขายทำกำไร แม้ดอลลาร์อ่อนค่าลง และมีความวิตกเกี่ยวกับผลกระทบด้านการผลิตทองที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก็ตาม

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือน เม.ย. ร่วงลง 26.2 ดอลลาร์ หรือ 1.59% ปิดที่ 1,625 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ในรอบสัปดาห์นี้ สัญญาทองคำพุ่งขึ้น 9.5% ซึ่งเป็นการพุ่งขึ้นรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2551

สัญญาโลหะเงินส่งมอบเดือน พ.ค. ลดลง 14.2 เซ็นต์ หรือ 0.97% ปิดที่ 14.534 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาแพลทินัมส่งมอบเดือน เม.ย. เพิ่มขึ้น 3.2 ดอลลาร์ หรือ 0.43% ปิดที่ 740.3 ดอลลาร์/ออนซ์

สัญญาพัลลาเดียมส่งมอบเดือน มิ.ย. ลดลง 29.30 ดอลลาร์ หรือ 1.3% ปิดที่ 2,196.80 ดอลลาร์/ออนซ์

— ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ (27 มี.ค.) หลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติอนุมัติร่างกฎหมายว่าด้วยมาตรการเยียวยาผลกระทบทางเศรษฐกิจจากไวรัสโควิด-19 วงเงิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์ซึ่งได้รับการอนุมัติจากวุฒิสภาก่อนหน้านี้ และหลังจากตลาดปิดทำการ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ก็ได้ลงนามบังคับใช้มาตรการดังกล่าวเป็นกฎหมายแล้ว

ดัชนีดอลลาร์ซึ่งเป็นดัชนีวัดความเคลื่อนไหวของดอลลาร์เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก 6 สกุลในตะกร้าเงิน ลดลง 0.99% สู่ระดับ 98.3895 เมื่อคืนนี้

ดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินเยน ที่ระดับ 107.80 เยน จากระดับ 109.23 เยน, อ่อนค่าเมื่อเทียบกับฟรังก์สวิสที่ระดับ 0.9534 ฟรังก์ จากระดับ 0.9622 ฟรังก์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์แคนาดาที่ระดับ 1.3943 ดอลลาร์แคนาดา จากระดับ 1.4029 ดอลลาร์แคนาดา

ยูโรแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ที่ระดับ 1.1114 ดอลลาร์ จากระดับ 1.1040 ดอลลาร์, เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นแตะที่ระดับ 1.2472 ปอนด์ จากระดับ 1.2151 ดอลลาร์ และดอลลาร์ออสเตรเลียแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 0.6189 ดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 0.6080 ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนี DJIA ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 21,636.78 จุด ลดลง 915.39 จุด, -4.06%

ดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 7,502.38 จุด ลดลง 295.16 จุด, -3.79%

ดัชนี S&P500 ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดที่ 2,541.47 จุด ลดลง 88.60 จุด, -3.37%

ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดวันที่ 5,510.33 จุด ลดลง 305.40 จุด, -5.25%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 4,351.49 จุด ลดลง 192.09 จุด, -4.23%

ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 9,632.52 จุด ลดลง 368.44 จุด, -3.68%

ดัชนี SENSEX ตลาดหุ้นอินเดียปิดที่ 29,815.59 จุด ลดลง 131.18 จุด, -0.44%

ดัชนี FTSE STI ตลาดหุ้นสิงคโปร์ปิดที่ 2,528.76 จุด เพิ่มขึ้น 41.20 จุด, +1.66%

ดัชนี FBMKLCI ตลาดหุ้นมาเลเซียปิดที่ 1,343.09 จุด เพิ่มขึ้น 15.00 จุด, +1.13%

ดัชนี Jakarta Composite ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปิดที่ 4,545.57 จุด เพิ่มขึ้น 206.67 จุด, +4.76%

ดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงปิดที่ 23,484.28 จุด เพิ่มขึ้น 131.94 จุด, +0.56%

ดัชนี SSE Composite ตลาดหุ้นจีนปิดที่ 2,772.20 จุด เพิ่มขึ้น 7.29 จุด, +0.26%

ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปิดที่ 1,717.73 จุด เพิ่มขึ้น 31.49 จุด, +1.87%

ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นปิดที่ 19,389.43 จุด เพิ่มขึ้น 724.83 จุด, +3.88%

ดัชนี TAIEX ตลาดหุ้นไต้หวันปิดที่ 9,698.92 จุด ลดลง 37.44 จุด, -0.38%

ดัชนี PSE Composite ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ปิดที่ 5,266.62 จุด ลดลง 134.96 จุด, -2.50%

ดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 4,842.40 จุด ลดลง 270.90 จุด, -5.30%

ดัชนี ALL ORDINARIES ตลาดหุ้นออสเตรเลียปิดที่ 4,874.20 จุด ลดลง 261.00 จุด, -5.08%