ทองคำผันผวนสูง หลังเฟดยังส่งสัญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เช่นเดียวกับ “ทรัมป์”ที่ยืนยันเดินหน้าปฏิรูปภาษี กดดันนักลงทุนโยกเงินเข้าสู่ตลาดหุ้น ฉุดทองคำปรับตัวลดลง ประเมินหากไม่หลุด 1,266 เหรียญ/ออนซ์ ราคาซื้อยังเข้ามาสนับสนุนราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ

“วรุุต รุ่งขำ” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงทิศทางราคาทองคำที่ผ่านมาว่า มีความผันผวนค่อนข้างสูงจากทิศทางดัชนีดอลลาร์สหรัฐที่ทะยานขึ้น จนราคาปรับฐานลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ขณะที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ “เจเน็ต เยลเลน”ยังคงส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบียนโยบายสหรัฐแบบค่อยเป็นค่อยไป แม้ทิศทางอัตราเงินเฟ้อยังไปเป็นไปตามคาดการณ์

“ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ ราคาทองคำได้รับความกดดัน ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีการส่งสัญญาณการปฏิรูประบบภาษี ยิ่งทำให้นักลงทุนมีการดยกเม็ดเงินเข้าลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐจนดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น สวนทางราคาทองคำที่ปรับตัวลง”

สำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม มองว่าต้องติดตามความคืบหน้าแผนรปฏิรูปภาษีของ “ทรัมป์” เพราะที่ผ่านมาแผนดังกล่าวถูกคัดค้านค่อนข้างมาก เพราะหากแนวโน้มไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ทองคำอาจมีการรีบาวนด์รหรือมีการดีดตัวขึ้น พร้อมจับตาตัวเลขเศรษฐกิจอื่นๆ ไม่ว่าตัวเลขการจ้างงานภาคเกษตร อัตราการว่างงาน รายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง รวมถึงการจ้างงานในภาคเอกชนของ ADPซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้นักลงทุนคาดการณ์การดำเนินนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ เพราะจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนีดอ ลลาร์สหรัฐ และราคาทองคำค่อนข้างชัดเจน แต่ในช่วงนี้ตลาดจีนปิดทำการเนื่องในวันชาติ ปริมาณการซื้อขายทองคำอาจเบาบางจากช่วงที่ผ่านมา
ทำให้กลยุทธ์การลงทุน แนะนำจับตาโซนแนวรับ 1,273-1,266 เหรียญ/ออนซื หากอ่อนตัวลงและตั้งฐานได้ มองว่ามีโอกาสดีดตัวขึ้น แต่หกาดีดตัวขึ้นและมีแรงขายสลับทำกำไรออกมาค่อนข้างสูงแนะนำว่าควรแบ่งทองคำออกขายเพื่อลดความเสี่ยง โดยประเมินแนวต้านที่ระดับ 1,307 เหรียญ/ออนซ์ หากราคายังไม่พ้นในระดับดังกล่าว ราคายังมีโอกาสปรับฐานทดสอบกรอบด้านล่าง 1,266 เหรียญ/ออนซ์

“แต่หากราคาทองคำอ่อนลงไปกว่าแนวรับ ให้นักลงทุนนำทองคำออกขายเพื่อลดความเสี่ยง และเข้าลงทุนที่บริเวณ 1,245 เหรียญ/ออนซ์ นอกจากนี้ควรติดตามค่าเงินบาทเพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน เพราะเริ่มมีสัญญาณอ่อนค่าแสดงออกมาให้เห็นมากขึ้น”