โบรกฯ ประเมินทิศทางราคาทองคำอีก 3 เดือนข้างหน้า อาจขาดปัจจัยหนุน จากที่ผ่านมา ราคาทองที่ปรับตัวขึ้นไม่ได้สะท้อนความต้องการที่แท้จริง ผลกระทบโควิด-19 ทำให้ความต้องการทองคำในอุตสาหกรรม Jewellery ปรับตัวลง 45% ต้นทุนถือครองทองคำเริ่มแพงขึ้น โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ผ่านมาตรการทางการคลัง และ มาตรการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางสำคัญทั่วโลกหนุนราคาสินทรัพย์เสี่ยงมากกว่าทองคำ

บล.คันทรี่กรุ๊ป เปิดเผยถึงมุมมองต่อทิศทางราคาทองคำในอีก 3 เดือนข้างหน้าว่า แนะนำนักลงทุนชะลอการลงทุนในทองคำออกไปก่อน เนื่องจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำ Gold Spot ที่มากกว่า 15% จากช่วงต้นปี ซึ่งสะท้อนความกังวลจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ไปแล้ว

ทั้งนี้เราเชื่อว่าจะส่งผลให้ราคาทองคำจะมีความผันผวนสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะอ่อนตัวลงภายในสามเดือนข้างหน้า เนื่องจาก (1) ราคาทองที่ปรับตัวขึ้นไม่ได้สะท้อนความต้องการที่แท้จริง แต่เป็นผลจากการเข้ามาลงทุนของนักลงทุน สังเกตจากปริมาณความต้องการทองคำในฝั่ง Investment ที่เพิ่มสูงขึ้นกว่า 1 เท่าตัวจากช่วงไตรมาส 4 ปี 2562 (2) ความต้องที่แท้จริงในทองคำปรับตัวลงอย่างมากต่อการบริโภค (Jewellery) ปรับตัวลง 45% จากช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2562 ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการที่ลดลงในจีนและอินเดีย (40% ของความต้องการโลก) เนื่องจากสองประเทศประสบวิกฤตเศรษฐกิจที่สำคัญจากการปิดเมืองเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเราเชื่อว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนและอินเดียหลังจากนี้จะยังไม่หนุนความต้องการทองคำเนื่องจากราคาทองคำยังอยู่ในระดับสูง(3) ต้นทุนถือครองทองคำเริ่มแพงขึ้น โดยการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ผ่านมาตรการทางการคลัง ส่งผลให้ supply พันธบัตรรัฐบาลในตลาดเพิ่มมากขึ้น หนุนดอกเบี้ย (nominal Interest rate) ให้ปรับตัวสูงขึ้น และเงินเฟ้อที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ ซึ่งทั้งสองส่วนเป็นปัจจัยผลักดันแนวโน้มดอกเบี้ยแท้จริงให้สูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนของการถือครองทองคำที่ไม่มีดอกเบี้ย เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างดอกเบี้ยที่แท้จริงกับราคาทองคำ โดยพิจารณาจาก US 10 Year TIPS ซึ่งเป็นพันธบัตรชดเชยเงินเฟ้อ พบว่าในอดีตจะมีความสัมพันธ์ตรงกันข้ามกัน (4) มาตรการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางสำคัญทั่วโลกหนุนราคาสินทรัพย์เสี่ยงมากกว่าทองคำ โดยเฉพาะจากธนาคารกลางสหรัฐในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสินทรัพย์เสี่ยง เช่น ตลาดหุ้นในสหรัฐ กลับปรับตัวขึ้นสูงกว่าราคาทองคำในช่วงเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ดีแม้ว่ามาตรการอัดฉีดสภาพคล่องของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) จะส่งผลให้ตลาดเกิดความกังวลต่อการเกิดเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในการผลักดันราคาทองก็ตาม