Monthly Archives: September 2017

Home/2017/September

นักวิเคราะห์แนะ ต.ค. สะสมทองคำรอทำกำไรต้นปี 61

By |2018-05-14T11:27:10+07:00September 30th, 2017|Categories: ข่าวสาร|

ผู้จัดการรายวัน 360 - นักวิเคราะห์แนะทยอยสะสมทองคำช่วงเดือนตุลาคม ถือยาวไว้ทำกำไรต้นปี 2561 ระบุแนวนโยบายธนาคารกลางสหรัฐ ส่งผลโดยตรงต่อค่าเงินมากกว่าแผนการปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์นายสัญญา หาญพัฒนกิจพานิช ทีมพัฒนาธุรกิจตลาดอนุพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์โกลเบล็ก จำกัด คาดการณ์ความเคลื่อนไหวราคาทองคำที่อาจได้รับผลกระทบจากแผนการปฏิรูปภาษีของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ สหรัฐอเมริกา ว่า หากสามารถผลักดันให้แผนการปฏิรูปภาษีออกมาเป็นรูปธรรมได้ก็จะส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐประเภท 10 ปีก็จะสูงขึ้น กดดันราคาทองคำให้อ่อนลง ทั้งนี้หากสามารถหาเสียงสนับสนุนได้มากพอ แผนการปฏิรูปภาษีดังกล่าวก็จะมีผลในปี 2561“แผนการปฏิรูปภาษีดังกล่าวยังไม่ส่งผลเป็นรูปธรรมในระยะกลางนี้ ดังนั้นผลกระทบต่อค่าเงินยังคงเป็นท่าทีการดำเนินนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐเป็นหลัก ส่วนสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีหากยังคงเป็นเพียงการซ้อมรบก็จะไม่ส่งผลต่อจิตวิทยาการลงทุนแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเดือนตุลาคมของทุกปีราคาทองคำจะทรงตัวเหมาะกับการเข้าซื้อลงทุนระยะ 6 เดือนขึ้นไป เพื่อไปรอขายต้นปีใหม่ (ม.ค.-ก.พ.2561) ซึ่งมีกิจกรรมสนับสนุนราคาทองให้ปรับตัวขึ้น ถ้ามองเป็นฤดูกลาลงทุนระยะความเคลื่อนไหวระหว่าง 1,282 - 1,2500 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เป็นจังหวะน่าเข้าสะสม”สอดคล้องกับนางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด หรือ YLG คาดการณ์ว่าแผนการปฏิรูปภาษีที่ดูเหมือนจะก้าวหน้าขึ้นเป็นลำดับ กดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลง แต่อาจต้องติดตามในระยะยาว เนื่องจากแผนภาษีดังกล่าวยังไม่รประกาศใช้เป็นกฎหมาย อีกทั้งยังเชื่อว่าการจะผลักดันมาตรการปฏิรูปภาษีอาจต้องเผชิญกับความยากลำบากในการผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรสมากพอสมควร  นอกจากนี้แผนการดังกล่าวยังขาดรายละเอียดในเรื่องวิธีการหาเงินมาชดเชยการปรับลดภาษี"หากในที่สุดแล้วประธานาธิบดี ทรัมป์ ไม่สามารถรักษาความเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนได้ต่อเนื่อง หรือ [...]

จับตา “ทรัมป์” ใส่เกียร์กระตุ้น ศก.กดดันทองคำปรับฐาน

By |2018-05-14T11:27:10+07:00September 24th, 2017|Categories: ข่าวสาร|

ทองคำผันผวน หลัง "ทรัมป์" เดินหน้าออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ผลักดันดัชนีดอลลาร์ฟื้นตัว แต่สถานการณ์คาบสมุทรเกาหลีที่ตรึงเครียดยังเข้าสนับสนุนราคา แนะจับตาอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอาจกรระตุ้นเฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยช่วงธันวาคม กดดันทองคำปรับฐาน ประเมินแนวรับ1,316 เหรียญ/ออนซื หากหลุดแนวรับถัดไป 1,294 เหรียญ/ออนซื ยังพอสามารถเข้าลงทุนได้"วรุต รุ่งขำ" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงทิศทางราคาทองคำที่ผ่านมาว่า ความผันผวนของราคาทองคำมีมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามถึงแม้จะมีแรงขายทำกำไรสลับออกมา ราคาทองคำยังเป็นลักษณะการแกว่งตัวและเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ ทั้งนี้ราคาทองคำถูกกดดันจากการที่ตลาดหุ้นในฝั่งสหรัฐฯ มีการทะยานขึ้น หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ พยายามออกมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพื่อทำให้เศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯมีทิศทางเติบโตมากยิ่งขึ้น ปัจจัยดังกล่าวทำให้ดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯฟื้นตัวขึ้น และทิศทางดอลลาร์สหรัฐฯ มีทิศทางแข็งค่าขึ้นหลังจากพายุเฮอริเคน เออร์มา ส่งผลเชิงลบต่อเศรษฐกิจในสหรัฐฯ ในทิศทางที่น้อยลงกว่าช่วงที่ผ่านมาทั้งนี้ราคาทองคำมีการฟื้นตัวขึ้นในช่วงปลายสัปดาห์ โดยได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์การตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งปัจจัยดังกล่าวทำให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มเติมสำหรับปัจจัยที่ต้องจับตา คือท่าทีของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังนักลงทุนยังคงคาดการณ์ว่าทิศทางอัตราเงินเฟ้อที่ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่ทำให้เฟดสามารถคุมเข้มนโยบายการเงินได้ โดยนักลงทุนยังคงจับตาการส่งสัญญาน หรือการบ่งชี้รายละเอียดการปรับงบดุลของทางเฟด ซึ่งหากมีการคุมเข้มนโยบายการเงินอย่างแข็งกร้าว และหากมีการส่งสัญญานปรับอัตราดอกเบี้ยอีกหนึ่งครั้งในเดือนธันวาคม อาจกลับมากดดันให้ราคาทองคำปรับฐานหรืออ่อนตัวลงต่อ ทำให้เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดประกอบกับอาจต้องจับตาดูความคืบหน้าในการพยายามที่จะอนุมัติการปฏิรูปภาษีของ "ทรัมป์" ซึ่งหากมีความชัดเจนหรือส่งสัญญานที่มีความเป็นไปได้เพิ่มสูงขึ้น ดอลลาร์สหรัฐฯ อาจจะแข็งค่ามากยิ่งขึ้น ตลาดหุ้นสหรัฐฯอาจปรับตัวขึ้นต่อ และอาจจะเป็นปัจจัยอีกตัวหนึ่งที่กลับมากดดันราคาทองคำเพิ่มเติมทำให้กลยุทธ์การลงทุน [...]

ทองคำ VS บิทคอยน์

By |2018-05-14T11:27:10+07:00September 24th, 2017|Categories: ข่าวสาร|

บิทคอยน์ คือ หนึ่งในสกุลเงินดิจิตอล(cryptocurrencies)ที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดและครองส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมดอยู่ราว 45% อ้างอิงจากข้อมูลของ Coinmarketcapสืบเนื่องจากในช่วงต้นเดือนก.ย.60 ราคาทองคำและบิทคอยน์มีการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังจากการยิงขีปนาวุธข้ามญี่ปุ่นของเกาหลีเหนือในวันที่ 29 ส.ค.60 โดยในช่วงเวลาดังกล่าวราคาทองคำพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดบริเวณ 1,325 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์จากความต้องการในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยขณะเดียวกัน     บิทคอยน์ที่พุ่งขึ้นทำระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์และปิดระดับที่ 4,901.42 ดอลลาร์สหรัฐในวันที่ 2 ก.ย.60การปรับตัวขึ้นของบิทคอยน์ในช่วงที่เกิดความตึงเครียดทางการเมือง ทำให้นักลงทุนบางส่วนเกิดคำถามว่า บิทคอยน์คือสินทรัพย์ปลอดภัยชนิดใหม่ที่จะมาเทียบเคียงกับทองคำหรือไม่? Forbes ได้นำเสนอ 12 เหตุผลที่จะบอกว่าทองคำนั้นดีกว่าบิทคอยน์อย่างไรบ้าง ดังนี้1.ทองคำมีประวัติศาสตร์อันยาวนานถึง 5,000 ปี และเป็นแหล่งเก็บความมั่งคั่งในระยะยาว ขณะที่บิทคอยน์เพิ่มเกิดมาไม่ถึง 100 ปี2.ตลาดทองคำมีสภาพคล่องสม่ำเสมอ ไม่เว้นแม้แต่ในช่วงวิกฤตการเงินที่สภาพคล่องในตลาดหลักทรัพย์สำคัญทั่วโลกหดหาย แต่ยังสามารถซื้อและขายทองคำได้อย่างง่ายดาย ขณะที่บิทคอยน์ถือกำเนิดขึ้นในปี 2008 ซึ่งอยู่ในช่วงวิกฤติดังกล่าว ดังนั้นจึงขาดข้อมูลที่บ่งชี้ว่าบิทคอยน์จะผ่านการทดสอบหรือไม่จนกว่าจะเกิดวิกฤติครั้งต่อไป3.ทองคำสามารถปกป้องคุณจากรังสีนิวเคลียร์ เป็นที่ทราบกันทั่วไปว่าตะกั่ว(Lead) สามารถปกป้องมนุษย์ได้จากรังสีแกมมา ทองคำก็เช่นกันและดีกว่าตะกั่วด้วยซ้ำหากมีในปริมาณที่มากพอ ขณะที่บิทคอยน์ไม่มีคุณสมบัติดังกล่าว4.ทองคำปลอดภัยกว่า การลักขโมยทองคำปริมาณมากๆโดยไม่ผิดสังเกตถือเป็นเรื่องยาก5.คุณสามารถสวมใส่เครื่องประดับทองได้ ขณะที่บิทคอยน์ไม่ได้6.ทองเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นเหตุผลที่ใช้ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับการเดินทางในอวกาศ ขณะที่บิทคอยน์ไม่ใช่ตัวนำไฟฟ้า7.ทองคำไม่เคยตกกระแส!! แต่มันยากที่จะบอกว่า บิทคอยน์จะสามารถครองส่วนแบ่บการตลาดได้อย่างยั่งยืนเพราะอายุการใช้จ่ายด้วยบิทคอยน์ยังน้อยมาก เมื่อเทียบกับการใช้จ่ายด้วยทองคำ ขณะเดียวกันสกุลเงินดิจิตอลในปัจจุบันมีประมาณ 700 สกุล แต่เป็นที่นิยมเพียง 6 สกุลเท่านั้น8.ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อใช้ทองคำ แต่บิทคอยน์ต้องมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อให้คุณโอนหรือใช้จ่าย9.ทองคำไม่เสื่อมสลาย แม้แต่จะจมลงใต้พื้นมหาสมุทรเป็นร้อยปีก็ตาม ขณะที่บิทคอยน์ไม่ใช่10.ทองคำมีคุณสมบัติทางยา ขณะที่คุณไม่แม้แต่จะกินบิทคอยน์ได้11.บิทคอยน์อยู่ในสถานะของฟองสบู่การเก็งกำไร [...]

ทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อ หากไม่หลุด1,327เหรียญยังเป็นขาขึ้น

By |2018-05-14T11:27:40+07:00September 14th, 2017|Categories: ข่าวสาร|

ทองคำทำสถิติใหม่จากความตรึงเครียดคาบสุมทรเกาหลี และภัยธรรมชาติ ผลักดันสินทรัพย์ปลอดภัยทะยานขึ้นสวนทางดอลลาร์สหรัฐ แนะจับตาแนวต้าน 1,368 เหรียญ หากยืนไม่ได้ควรแบ่งทองคำออกขายลดความเสี่ยง แต่โดยรวมหากไม่หลุด 1,327 เหรียญยังมีทิศทางขาขึ้น"วรุต รุ่งขำ" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงทิศทางราคาทองคำว่า ในช่วงที่ผ่านมาราคาทองคำมีทิศทางค่อนข้างสดใส โดยทำราคาสูงสุดครั้งใหม่ในรอบปี และยังทะยานขึ้นและปรับตัวสร้างระดับสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากทองคำอยู่ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์ตึงเครียดบริเวณคาบสมุทรเกาหลี หลังจากก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือมีการทดสอบยิงขีปนาวุธ และมีการคาดการณ์ว่าอาจจะยังมีการทดลองยิงขีปนาวุธที่มีอนุภาพทำลายล้างสูงต่อไป"สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบทำให้ทางสหรัฐฯ กับทางเกาหลีใต้แสดงความไม่พอใจ ซึ่งส่งผลให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯที่ปรับฐานและอ่อนตัวลง หลังจากที่ทิศทางสกุลเงินยูโรมีการแข็งค่าตอบรับผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB)ที่อาจมีการคุมเข้มนโยบายการเงินในช่วงเดือนตุลาคม ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ทองคำมีการเคลื่อนไหวสวนทางกับดอลลาร์ และได้รับแรงหนุนจนราคาทะยานขึ้นอย่างชัดเจน"สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตาคือตัวเลขเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ หลังจากที่ผ่านมาเริ่มมีประธานเฟด นิวยอร์ค และประธานเฟด คลีฟแลนด์ ส่งสัญญานสนับสนุนให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีการปรับขึ้นในส่วนของอัตราดอกเบี้ย โดยตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าสนใจคือ การเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต หรือ PBI ประจำเดือนสิงหาคม, ดัชนีราคาผู้บริโภคหรือ CBI ในเดือนสิงหาคม และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานประจำสัปดาห์ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นทิศทางความแข็งแกร่งของภาคเงินเฟ้อ และการจ้างงานซึ่งเฟดจะใช้เป็นเงื่อนไขในการพิจารณาคุมเข้มนโยบายการเงิน รวมถึงอาจจะจับตาผลกระทบจากพายุเฮอริเคนฮาร์วีย์ ซึ่งหากมีความรุนแรงจนส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจทางฝั่งสหรัฐฯอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงต่อและราคาทองคำมีโอกาสขยับขึ้น ขณะที่พายุอีกหนึ่งลูกที่กำลังจะเข้าพัดในฝั่งฟลอริด้า ถือเป็นอีกสถานการณ์ที่ควรจับตาเพิ่มเติม เพราะราคาทองคำอาจจะขยับขึ้นได้ต่อจากสถานการณ์ภัยธรรมชาติเหล่านี้ทำให้กลยุทธ์การลงทุน อาจจะต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างใกล้ชิด เนื่องจากราคาทองคำมีการขยับฐานและปรับตัวในเชิงบวกมาค่อนข้างมาก แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากในระยะสั้นยังไม่เห็นระยะในการขายทำกำไรที่สลับออกมาเพิ่มมากนัก [...]

ดัชนีเชื่อมั่นทองคำ ก.ย.60 ปรับขึ้นเล็กน้อย นักลงทุนยังคงกังวลสถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลี

By |2018-05-14T11:27:40+07:00September 14th, 2017|Categories: ข่าวสาร|

    กรุงเทพฯ-ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนกันยายน 2560 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังเพิ่มขึ้นแรงในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดัชนีทองคำเดือนกันยายน อยู่ที่ระดับ 60.06 ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.19 จุด หรือคิดเป็น 0.32 % ด้านแบบสำรวจผู้ค้ารายใหญ่มองราคาขึ้นต่อ ให้กรอบราคาที่ 1,281 - 1,380 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศคาดว่าน่าจะอยู่ในกรอบ 20,000 - 21,500 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ     ดร. พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ แถลงดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนกันยายน 2560 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2560 ที่ระดับ 60.06 ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.19 จุด หรือคิดเป็น 0.32 % แสดงให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่างยังคงมีความเชื่อมั่นต่อราคาทองคำในเดือนกันยายนที่เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม ซึ่งดัชนีฯ ปรับขึ้นมามากถึง 20.03% โดยกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าปัจจัยที่จะสนับสนุนราคาทองคำในเดือนกันยายนนี้ ได้แก่ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ระดับ 53.31% รองลงมา คือ สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีที่ระดับ 47.39% [...]

ดัชนีเชื่อมั่นทองคำปรับขึ้นเล็กน้อย นักลงทุนยังคงกังวลสถานการณ์คาบสมุทรเกาหลี

By |2018-05-14T11:27:40+07:00September 13th, 2017|Categories: ข่าวสาร|

ดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนกันยายน 2560 ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หลังเพิ่มขึ้นแรงในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ดัชนีทองคำเดือนกันยายน อยู่ที่ระดับ 60.06 ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.19 จุด หรือคิดเป็น 0.32 % ด้านแบบสำรวจผู้ค้ารายใหญ่มองราคาขึ้นต่อ ให้กรอบราคาที่ 1,281 - 1,380 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์ ส่วนราคาทองคำในประเทศคาดว่าน่าจะอยู่ในกรอบ 20,000 - 21,500 บาทต่อหนึ่งบาททองคำดร. พิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ แถลงดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในเดือนกันยายน 2560 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม 2560 ที่ระดับ 60.06 ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.19 จุด หรือคิดเป็น 0.32 % แสดงให้เห็นว่า กลุ่มตัวอย่างยังคงมีความเชื่อมั่นต่อราคาทองคำในเดือนกันยายนที่เพิ่มขึ้นจากเดือนสิงหาคม ซึ่งดัชนีฯ ปรับขึ้นมามากถึง 20.03% โดยกลุ่มตัวอย่างเชื่อว่าปัจจัยที่จะสนับสนุนราคาทองคำในเดือนกันยายนนี้ ได้แก่ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่ระดับ 53.31% รองลงมา คือ สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีที่ระดับ 47.39% ขณะที่ปัจจัยความต้องการซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยที่ระดับ 47.04% มาเป็นอันดับสามจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน [...]

ความตรึงเครียดเกาหลียังผลักดันทองคำไปต่อ

By |2018-05-14T11:27:40+07:00September 10th, 2017|Categories: ข่าวสาร|

สถานการณ์ความตรึงเครียดคาบสมุทรเกาหลียังกดดันตลาดทุน ผลักดันราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น คาดระยะสั้นราคาทองคำยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง แต่จะอยู่ในกรอบที่แคบลงหลังเดือนที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นมามาก แนะกลยุทธ์เข้ารับเมื่อราคาปรับลง และทำกำไรเมื่อปรับตัวขึ้นยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้"วรุต รุ่งขำ" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงภาพรวมราคาทองคำที่ผ่านมาว่า ทิศทางราคาทองคำมีการขยับขึ้นและปิดตลาดไปค่อนข้างสดใส ราคาทองคำมีการทะยานขึ้นไปแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือนครึ่ง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากสถานการณ์การตึงเครียดระหว่างบริเวณคาบสมุทรเกาหลี หลังจากเกาหลีเหนือมีการยิงขีปนาวุธข้ามประเทศญี่ปุ่นไปตกในทะเลมหาสมุทรแปซิฟิค สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้รับแรงหนุนและมีการทะยานขึ้นอย่างชัดเจนขณะที่ผลกระทบพายุฮาร์วีย์ ในสหรัฐฯ อาจจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจทางฝั่งสหรัฐฯ มีทิศทางที่ชะลอตัวลง และการเปิดเผยตัวเลขอัตราเงินเฟ้อล่าสุดยังมีทิศทางที่ย่ำแย่ หรือมีการชะลอตัวกว่าที่ตลาดมีการประเมินไว้ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อการคาดการณ์การคุมเข้มนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จนส่งผลให้แนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ในเดือนธันวาคมมีการปรับตัวลดลงอย่างชัดเจน ถือเป็นปัจจัยบวก ส่งผลเชิงบวกต่อทิศทางราคาทองคำเพิ่มเติมสำหรับปัจจัยที่ยังคงต้องจับตา ส่วนใหญ่ยังเป็นตัวเลขเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐ เช่นการเปิดเผยดัชนี PMI ภาคการบริการประจำเดือนสิงหาคม ,การเปิดเผยแรงงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นรายงานเศรษฐกิจที่เฟดใช้ในการดูว่าจะดำเนินการนโยบายการเงินอย่างไร รวมถึงการประชุมของธนาคารกลางยุโรป(ECB)ซึ่งจะมีการแถลงการณ์ของประธานกลางยุโรป นายมาริโอ ดาร์กี้ และมีการประกาศอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งนักลงทุนต่างรจับตาดูการประชุมดังกล่าวว่าจะมีการส่งผล หรือมีการแถลงการณ์ต่อการคุมเข้มนโยบายทางการเงินหรือไม่ เพราะหากมีจริงอาจจะส่งผลต่อสกุลเงินยูโร และจะกลับมาส่งผลเชิงบวกต่อทิศทางราคาทองคำเพิ่มเติมทำให้กลยุทธ์การลงทุน ด้วยราคาทองคำแม้จะมีโมเมนตั้มเชิงบวก แต่ราคามีการขยับขึ้นมาค่อนข้างมาก โดยในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาราคามีการปรับขึ้นประมาณ 53 เหรืยญ/ออนซ์ ดังนั้นจึงประเมินต่อการขยับขึ้นของราคาทองคำจะไปต่อในระยะสั้นอาจจะอยู่ในกรอบที่ค่อนข้างจำกัด แต่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ประเมินกรอบแนวต้านด้านบนที่ระดับ 1,333-1,352 เหรียญ/ออนซ์ และประเมินกรอบแนวล่างระดับ [...]

แนวโน้มทิศทางราคาทองคำประจำเดือนกันยายน 2017

By |2018-05-14T11:27:40+07:00September 9th, 2017|Categories: ข่าวสาร|

หลังจากสัปดาห์ที่แล้วทาง YLG ได้ทำการรวบรวมปัจจัยพื้นฐานสำคัญที่ต้องติดตามในเดือนก.ย. สัปดาห์นี้เราจะมากล่าวถึงในส่วนของแนวโน้มราคาทองคำจากมุมมองทางเทคนิค โดยหลังจากราคาทองคำปรับตัวขึ้นทะลุ High เดิมของปีนี้และปรับตัวขึ้นมายืน 1,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่งจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐรวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดในเกาหลีเหนือ ส่งผลให้มุมมองทางเทคนิคเห็นแนวโน้มในทิศทางขาขึ้นชัดเจนขึ้นทำให้ YLG ประเมินกรอบแนวต้านแรกบริเวณ 1,350 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์และ 1,375 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เป็นแนวต้านถัดไป หรือ 21,150 บาทต่อบาททองคำและ 21,550 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่แนวรับแรกจับตาโซน 1,300-1,295 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์และบริเวณ 1,266 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์เป็นแนวรับระดับถัดไป หรือ 20,350 บาทต่อบาททองคำและ 19,800 บาทต่อบาททองคำสำหรับกลยุทธ์การลงทุนยังคงเน้นการลงทุนระยะสั้นจากการแกว่งตัวเป็นหลัก สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมืออาจรอดูบริเวณ 1,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หรือ 20,350 บาทต่อบาททองคำ หากสามารถยืนได้อย่างมั่นคงถือเป็นจุดซื้อเพื่อกำไรระยะสั้น โดยกำหนดจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดแนวรับ 1,295 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หรือ 20,250 บาทต่อบาททองคำ และแนะนำถอยจุดซื้อไปยังแนวรับถัดไปบริเวณ 1,266 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หรือ 19,800 บาทต่อบาททองคำ ในทางกลับกันเมื่อราคาปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,350 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หรือ 21,150 บาทต่อบาททองคำ แนะนำชะลอการขายออกไปหากราคาสามารถผ่านโซนดังกล่าวเพื่อรอขายบริเวณแนวต้านถัดไปที่ 1,375 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์หรือ 21,550 [...]

ความตรึงเครียดคาบสุมทร ยังผลักดันราคาทองคำ

By |2018-05-14T11:27:40+07:00September 3rd, 2017|Categories: ข่าวสาร|

ทองคำเริ่มเคลื่อนไหวในกรอบ หลังจากปรับตัวขึ้นมาสูง เหตุดัชนีดอลลาร์เริ่มกลับมาแข็งค่า แต่ภาพรวมความตรึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ - เกาหลีเหนือ ยังช่วยพลักดันราคาให้อยู่ในแดนบวก ประเมินหากไม่หลุด 1,309 เหรียญ/ออนซ์ อาจต้องทยอยแบ่งทองคำออกขายเพื่อลดความเสี่ยง"วรุต รุ่งขำ" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจี บูลเลียน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงทิศทางราคาทองคำว่า ที่ผ่านมาราคาทองคำเริ่มเคลื่อนไหวในกรอบ หลังจากก่อนหน้านี้ปรับขึ้นมามาก เหตุเพราะดัชนีดอลลาร์เริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้น อีกทั้งนักลงทุนยังระมัดระวังผลการประชุมผู้นำธนาคารกลางต่างๆ ซึ่งกังวลว่าอาจมีการส่งสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางต่างๆ แต่โดยรวมราคาทองคำยังอ่อนตัวไม่มากนัก เพราะได้รับแรงสนับสนุนจากสถานการณ์ความตรึงเครียดระหว่างประเทศ ระหว่าง สหรัฐฯ-เกาหลีใต้ กับเกาหลีเหนือ ซึ่งทำให้ทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัยปรับตัวเพิ่้มขึ้นสำหรับปัจจัยที่ต้องติดตาม คือ ทิศทางตัวเลขเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ ซึ่้งจะเป็นตัวชี้นำตัวเลขเศรษฐกิจของประเทศ เพราะมีแนวดน้มว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดงบดุลในการประชุมวันที่ 19-20 กันยายนนี้ โดยตัวเลขที่ต้องติดตาม อาทิ การจ้างงานในภาคเอกชนประจำเดือนสิงหาคม , ประมาณครั้งที่ 2 ของตัวเลขจีดีพีประจำไตรมาส 2 และดัชนีการบริโภคส่วนบุคคล (PCE)ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อ ซึ่งเจ้าหน้าที่เฟดหลายคนเคยแสดงความกังวลต่อทิศทางเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงจนไม่สามารถคุมเข้มนโยบายการเงินได้ เป็นต้นโดยกลยุทธ์ลงทุน เนื่องจากในโซน 1,300 เหรียญ/ออนซ์ ถือว่าเป็นระดับราคาที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นหากต้องการขยับขึ้นต่อ หรือสร้างแรงซื้อ อาจต้องอาศัยปัจจัยพื้นฐานเข้ามาสนับสนุน [...]

ปัจจัยที่นักลงทุนทองคำต้องติดตามในเดือนกันยายน

By |2018-05-14T11:27:40+07:00September 3rd, 2017|Categories: ข่าวสาร|

ไตรมาส 3 ราคาทองคำทะยานขึ้นอย่างต่อเนื่องทะลุ High เดิมของปีนี้และปรับตัวขึ้นมายืน 1,300 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่งจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในสหรัฐ ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและเกาหลีเหนือ เหตุก่อการร้ายในบาร์เซโลนา และแนวโน้มที่เฟดอาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ สำหรับเดือนกันยายนนี้ นับว่าเป็นเดือนที่มีหลากหลายปัจจัยสำคัญๆจากทั่วโลกที่อาจส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ และวันนี้ทาง YLG ได้สรุปออกมาเพื่อให้นักลงทนุเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนอันเนื่องมาจากปัจจัยต่างๆ ดังนี้1.ความคืบหน้าทางการเมืองสหรัฐประเด็นเพดานหนี้ : ถือเป็นความจำเป็นที่จะต้องมีการออกกฎหมายขยายเพดานก่อหนี้ให้ทันก่อนปีงบประมาณปัจจุบันของรัฐบาลสหรัฐจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 ก.ย. 2017 ประกอบกับในวันที่ 2 ต.ค.เป็นวันที่รัฐบาลสหรัฐจะต้องจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนเกษียณอายุราชการทหาร หากสหรัฐประสบความล้มเหลวในการปรับขึ้นเพดานหนี้ซึ่งในปัจจุบันอยู่ที่ระดับประมาณ 19.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อาจส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐประสบภาวะขาดแคลนเงินสดในช่วงต้นเดือนต.ค. และอาจทำให้หน่วยงานภาครัฐในส่วนงานที่ไม่ได้มีความสำคัญเร่งด่วน (Nonessential Operations)ต้องปิดทำการลงชั่วคราวดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นในช่วงปี 2013 อีกทั้งต้องเผชิญความเสี่ยงที่รัฐบาลอาจจะไม่สามารถชำระหนี้ในส่วนของเงินต้นและดอกเบี้ยได้ตามกำหนดซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวก็จะสั่นคลอนตลาดการเงินทั่วโลก       ล่าสุดฟิทช์ เรทติ้งส์ซึ่งเป็นสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศระบุในวันพุธที่ผ่านมาว่า ถ้าหากเจ้าหน้าที่สหรัฐประสบความล้มเหลวในการปรับขึ้นเพดานหนี้ของรัฐบาลกลางสหรัฐภายในเวลาที่เหมาะสมเหตุการณ์ดังกล่าวก็จะส่งผลให้ฟิทช์ทบทวนอันดับความน่าเชื่อถือของสหรัฐ "โดยอาจจะมีผลในทางลบ" ดังนั้นหากผู้กำหนดนโยบายไม่ต้องการให้รัฐบาลผิดนัดชำระหนี้หรืออนุมัติเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆล่าช้านั้น รัฐสภาสหรัฐจึงจำเป็นจะต้องออกกฎหมายขยายเพดานการก่อหนี้ให้ทันตามกำหนด โดยสภาคองเกรสของสหรัฐอยู่ในระหว่างพักสมัยประชุมและจะเปิดสมัยประชุมอีกครั้งในวันที่ 5 ก.ย.       ถ้าหากยังไม่มีการบรรลุข้อตกลงเรื่องงบประมาณและการปรับขึ้นเพดานหนี้ของสหรัฐได้ทันตามกำหนด สกุลเงินดอลลาร์ก็อาจจะร่วงลงขณะที่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างเช่นเยนและฟรังก์สวิสรวมถึงทองคำอาจได้รับอานิสงค์ในเชิงบวก อย่างไรก็ดีหากสภาคองเกรสสามารถอนุมัติงบประมาณรายจ่ายและปรับขึ้นเพดานหนี้สำหรับรัฐบาลกลางสหรัฐได้เร็วกว่าที่ตลาดเคยวิตก อาจเป็นปัจจัยหนุนสกุลเงินดอลลาร์และกดดันราคาทองคำได้เช่นกัน2.การประชุมธนาคารกลางยุโรปหรืออีซีบี : อีซีบีจะจัดการประชุมกำหนดนโยบายในวันที่ 7 ก.ย. ขณะที่ตลาดคาดว่าจะประกาศปรับเปลี่ยนโครงการเข้าซื้อสินทรัพย์ หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) หากอีซีบีตัดสินใจต่ออายุมาตรการดังกล่าวซึ่งจะหมดอายุลงในเดือนธ.ค.ปีนี้อาจเป็นปัจจัยกดดันยูโรและทองคำได้ ในทางกลับกันหากอีซีบีประกาศปรับลดขนาดมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์ของอีซีบี [...]