TTA แจงกำไร Q1/67 โตแกร่งกว่า 400% ตามค่าระวางเรือสูงขึ้น-รายได้ธุรกิจบริการนอกชายฝั่งเพิ่ม

บมจ.โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ (TTA) เปิดเผยว่า ไตรมาส 1/67 มีรายได้ 6,523.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของกลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง และกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มการลงทุนอื่น มีสัดส่วนรายได้ 26% , 48% , 11% , 9% และ 6% ของรายได้รวม ตามลำดับ

โดยสรุป TTA รายงานผลกำไรสุทธิอย่างแข็งแกร่ง จำนวน 1,116 ล้านบาท ในไตรมาส 1/67 และเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 419% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 215 ล้านบาท ทั้งนี้ TTA มีโครงสร้างเงินทุนยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งเห็นได้จากอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับต่ำที่ 0.42 เท่า ณ สิ้นไตรมาส

นายเฉลิมชัย มหากิจศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TTA กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/67 ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มของกระแสเงินสดที่ดีและความสามารถในการทำกำไรที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือและกลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่งเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่ง แม้ว่าภาวะการค้าขายของโลกอาจจะชะงักงันบ้าง เนื่องจากการสู้รบในทะเลแดง ความตึงเครียดในอ่าวเปอร์เซีย และสงครามที่ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องในยูเครน แต่ TTA ยังคงรักษาอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าเฉลี่ยได้สูงกว่าตลาด

นอกจากนั้น Liengaard & Roschmann ที่ได้ทำการประเมินอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าของบริษัทจดทะเบียนที่ให้บริการขนส่งสินค้าแห้งเทกองในระดับสากล ได้เผยแพร่รายงาน “Vesselindex Performance” ฉบับล่าสุด ซึ่งปรากฏว่า TTA ติดอยู่ในระดับสามของโลก ด้วยอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าเฉลี่ยสูงกว่าตลาด อยู่ที่ 3,790 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 38.6%

ในขณะที่ เมอร์เมด ยังคงทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ในด้านงานวิศวกรรมใต้ทะเล (Subsea-IRM) และงานรื้อถอน (Decommissioning) งานขนส่งและติดตั้ง (Transportation & Installation: T&I) ดังนั้น เราจึงมั่นใจว่าเมอร์เมด มีอนาคตที่สดใส และมีศักยภาพที่จะขยายธุรกิจให้บริการนอกชายฝั่งในประเทศไทย ตะวันออกกลาง และสหราชอาณาจักร ให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง”

ผลการดำเนินงานของรายกลุ่มธุรกิจ

กลุ่มธุรกิจขนส่งทางเรือ : รายได้ค่าระวางอยู่ที่ 1,690.4 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 1/567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6% เทียบกับช่วงเดียวกันของไตรมาสก่อน เนื่องจากอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าเฉลี่ยที่สูงขึ้น โดยอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าเฉลี่ยของกลุ่มธุรกิจฯ เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาอยู่ที่ 15,932 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน และอัตราการใช้ประโยชน์เรือยังคงสูงอย่างต่อเนื่องที่ 100% และมีอัตราค่าระวางเรือเทียบเท่าสูงสุดอยู่ที่ 36,343 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ในขณะที่ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของเรือ (OPEX) อยู่ที่ 4,113 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน ลดลง 4% เมื่อเทียบกับปีก่อน ดังนั้น กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 35% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 854.5 ล้านบาท เช่นเดียวกับ EBITDA ที่เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 815.5 ล้านบาท

ดังนั้น ไตรมาสที่ 1/67 TTA รายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทจำนวน 656.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 56% เมื่อเทียบกับปีก่อน TTA เป็นเจ้าของเรือ จำนวน 24 ลำ (เรือซุปราแมกซ์ จำนวน 22 ลำ และเรืออัลตราแมกซ์ จำนวน 2 ลำ) มีระวางบรรทุกเฉลี่ยเท่ากับ 55,913 เดทเวทตัน (DWT) และมีอายุเฉลี่ย 16.0 ปี

กลุ่มธุรกิจบริการนอกชายฝั่ง : บมจ.เมอร์เมด มาริไทม์ หรือเมอร์เมด รายงานรายได้ 3,139.0 ล้านบาท ในไตรมาส 1/67 ซึ่งเพิ่มขึ้น 112% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของงานวิศวกรรมใต้ทะเล (Subsea-IRM) และงานรื้อถอน (Decommissioning) งานขนส่งและติดตั้ง(Transportation & Installation: T&I) โดยรายได้จากงานวิศวกรรมใต้ทะเล งานรื้อถอน งานขนส่งและติดตั้ง และงานวางสายเคเบิลใต้ทะเล มีสัดส่วน 52%, 34% และ 14% ของรายได้รวมของกลุ่มธุรกิจฯ ตามลำดับ

ในส่วนของรายได้จากงานวิศวกรรมใต้ทะเลเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 88% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการเพิ่มขึ้นของงานที่ไม่ใช้เรือในโครงการวิศวกรรมใต้ทะเลด้านสำรวจและซ่อมบำรุง และรายได้เพิ่มขึ้น 11% เทียบกับช่วงเดียวกันของไตรมาสก่อน จากอัตราการใช้ประโยชน์ของเรือวิศวกรรมใต้ทะเลที่เพิ่มขึ้น โดยอัตราการใช้ประโยชน์ของเรือวิศวกรรมใต้ทะเลเพิ่มขึ้นเป็น 83% ในไตรมาสที่ 1/67 ในขณะที่ รายได้จากงานรื้อถอน งานขนส่งและติดตั้ง และงานวางสายเคเบิลใต้ทะเล เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 119% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการขยายธุรกิจของงานรื้อถอน งานขนส่งและติดตั้งในประเทศไทย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งที่ 180% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 479.2 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้ EBITDA เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 463% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 281.3 ล้านบาท

โดยสรุป เมอร์เมด รายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 6.9 ล้านบาท ในไตรมาส 1/67 ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 107% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีมูลค่าสัญญาให้บริการที่รอส่งมอบที่แข็งแกร่ง จำนวน 734.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นไตรมาส

กลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์เพื่อการเกษตร : ในไตรมาสที่ 1/2567 บมจ.พีเอ็ม โทรีเซน เอเชีย โฮลดิ้งส์ (PMTA) รายงานรายได้รวมที่ 711.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากปริมาณการขายปุ๋ยที่เพิ่มขึ้น โดยมีรายได้จากการขายปุ๋ยทั้งในประเทศและส่งออก เพิ่มขึ้น 87% เมื่อเทียบกับปีก่อน ปริมาณการขายปุ๋ยรวมอยู่ที่ 32.3 พันตัน เพิ่มขึ้น 130% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากการฟื้นตัวของความต้องการใช้ปุ๋ยในประเทศเวียดนาม ซึ่งปริมาณขายปุ๋ยในประเทศเวียดนามอยู่ที่ 25.6 พันตัน คิดเป็น 79% ของปริมาณขายปุ๋ยทั้งหมด ขณะที่ปริมาณส่งออกปุ๋ยอยู่ที่ 6.8 พันตัน เพิ่มขึ้น 98% เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากปริมาณส่งออกปุ๋ยไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการขยายตัว สำหรับรายได้จากผลิตภัณฑ์เคมีเพื่อการเกษตรอื่น (pesticide) ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 32.7 ล้านบาท รายได้จากการให้บริการจัดการพื้นที่โรงงานลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็น 27.1 ล้านบาท จากกิจกรรมของคลังสินค้าที่ลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 229% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 99.9 ล้านบาท และ EBITDA อยู่ที่ 32.1 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้น 511% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยสรุป PMTA รายงานผลกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของ TTA จำนวน 3.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112% ในไตรมาสที่ 1/67

กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม (Food & Beverage) พิซซ่า ฮัท ดำเนินงานภายใต้บริษัทย่อยที่ TTA ถือหุ้นอยู่ 70% ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 พิซซ่า ฮัท มีสาขาจำนวน 186 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งสาขาทั้งหมดเป็นสาขาที่เปิดตามหัวเมืองใหญ่

ทาโก้ เบลล์ เป็นแฟรนไชส์อาหารสไตล์เม็กซิกันที่มีชื่อเสียงชั้นนำระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ดำเนินงานภายใต้บริษัทย่อยที่ TTA ถือหุ้น 70% ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 ทาโก้ เบลล์ มี 26 สาขาทั่วประเทศ

กลุ่มการลงทุนอื่น (Investment) มุ่งเน้นธุรกิจการบริหารทรัพยากรน้ำและโลจิสติกส์ บริษัท เอเชีย อินฟราสตรักเชอร์ แมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ AIM ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ TTA ถือหุ้นอยู่ 91.87% เป็นผู้ออกแบบ ก่อสร้าง และให้บริการครบวงจรทางด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ AIM ยังได้รับสัมปทานในการจำหน่ายน้ำประปาในหลวงพระบาง ประเทศลาว ผ่านบริษัทย่อยที่ AIM ถือหุ้นอยู่ 100%

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (15 พ.ค. 67)

Tags: , , ,